Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดหนุนใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมจัดการวัสดุเหลือใช้แก้ฝุ่น PM 2.5

หนุนใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมจัดการวัสดุเหลือใช้แก้ฝุ่น PM 2.5

-

ปัจจุบันปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่หน่วยงานทุกภาคส่วนพยายามร่วมกันแก้ปัญหา ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมที่ทำให้เกิดฝุ่นควัน ส่งผลให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกประกาศ เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ภาคการเกษตร โดยกำหนดให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องยกระดับการปฏิบัติการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศและฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกิดจากการเผาในพื้นที่เกษตร พร้อมกำหนดคุณสมบัติเกษตรกรที่สามารถโครงการส่งเสริม สนับสนุน การช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐจะต้องไม่มีประวัติการเผาในพื้นที่เกษตรของตนเอง พร้อมทั้งกำชับให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินมาตรการหรือโครงการที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างรอบครอบ และเร่งด่วน ตลอดจนยกระดับมาตรการในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น

เพื่อตอบสนองต่อประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า “กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้จัดโครงการการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งเป็นโครงการย่อยภายใต้โครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ตามแผนงานยุทธศาสตร์การเกษตรสร้างมูลค่า โดยกรมได้ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยในปีที่ผ่านมาพบว่ามีสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรเป้าหมายที่ผลิตสินค้าประเภท พืชไร่ พืชสวน และปศุสัตว์ ได้รับความรู้เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยี นวัตกรรมจากการวิจัยพัฒนา

การนำส่วนเกินหรือผลิตผลพลอยได้หรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์ในการลดต้นทุนและสร้างมูลค่าเพิ่มแล้ว จำนวน 119 แห่ง และสหกรณ์สามารถนำเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมจากการวิจัยพัฒนาการนำส่วนเกินหรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์ จำนวน 114 แห่ง ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 กรมส่งเสริมสหกรณ์จะยังคงสานต่อโครงการดังกล่าว เพื่อร่วมกันสร้างองค์ความรู้และการวางแผนการนำเทคโนโลยี นวัตกรรมจากการวิจัยพัฒนา การนำส่วนเกิน หรือผลิตผลพลอยได้หรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์ เพื่อช่วยลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่ม อีกทั้งยังช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองให้แก่สถาบันเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

สำหรับกลุ่มเป้าหมายโครงการ ประกอบด้วย ผู้แทนสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร จำนวน 46 จังหวัด 130 แห่ง ซึ่งล้วนเป็นผู้แทนสินค้าเกษตรประเภทต่าง ๆ ที่สามารถนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น แกลบ ฟางข้าว รำ ตอซัง จากข้าว / ซัง ต้น เปลือกข้าวโพด จากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ / ก้านมะพร้าวแห้ง จากมะพร้าว หรือมูลสัตว์จากสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ โดยกลุ่มเป้าหมายจะได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 แผนพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรฯ ตลอดจนการจัดทำแผนธุรกิจอย่างง่ายสำหรับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรด้วย

นอกจากนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ยังได้สั่งการให้สำนักงานสหกรณ์จังหวัดที่มีเกษตรกรสมาชิกปลูกข้าว ข้าวโพด และอ้อย ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดการเผาในพื้นที่เกษตร ให้เร่งดำเนินการสร้างความเข้าใจและประชาสัมพันธ์ เรื่องประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แก่สมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร ในความรับผิดชอบให้ได้รับทราบอย่างทั่วถึง พร้อมจัดให้มีกิจกรรมรวมกลุ่มประกาศเจตจำนงไม่เผาในพื้นที่เกษตรทุกกรณี รวมทั้งประสานสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และเอกชนในพื้นที่ เพื่อทำข้อตกลงร่วมกันในการไม่รับซื้อผลผลิตที่ตรวจพบประวัติการเผาในพื้นที่เกษตร เพื่อเป็นการตอบสนองต่อประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เห็นผลทันที

“กรมส่งเสริมสหกรณ์จะให้ความสำคัญแก่สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่ให้ความร่วมมือกับมาตรการต่าง ๆ ทั้งจากของกรมส่งเสริมสหกรณ์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นอันดับแรก ในการใช้เป็นเกณฑ์พิจารณาคุณสมบัติสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เพื่อเข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพ การส่งเสริมอาชีพ หรือการเชื่อมโยงตลาดต่อไป” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...