Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดเกษตรกร 16 อำเภอศรีสะเกษร่วมสร้างต้นแบบปลอดการเผาพื้นที่การเกษตร

เกษตรกร 16 อำเภอศรีสะเกษร่วมสร้างต้นแบบปลอดการเผาพื้นที่การเกษตร

-

จังหวัดศรีสะเกษประสานแกนนำเกษตรกร 16 อำเภอร่วมขับเคลื่อนรณรงค์สร้างการรับรู้และการเรียนรู้การเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Day)ไม่เผาตอซังข้าวและวัสดุทางการเกษตร

นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมด้วยนายธาตรี สิริรุ่งวนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายสุชาติ กลิ่นทองหลาง เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ได้ร่วมพิธีเปิดการรณรงค์สร้างการรับรู้และการเรียนรู้การเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Day)” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และ แกนนำเกษตรกรจาก 16 อำเภอเข้าร่วมกิจกรรม สร้างความตระหนักรู้ห้ามใช้สารเคมี ห้ามเผาตอซังและวัสดุทางการเกษตร เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีร่วมกัน

ปัจจุบันประเทศไทยทั้ง 4 ภูมิภาค ตลอดจนกรุงเทพและปริมณฑล กำลังประสบปัญหาหมอกควันปกคลุมและเกิดมลพิษทางอากาศ สาเหตุหลักมาจากการเผาในที่โล่ง ทั้งในพื้นที่ป่าและพื้นที่การเกษตร ซึ่งการเผาดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก รวมทั้งยังส่งผลเสียต่อการทำอาชีพการเกษตรโดยตรง เนื่องจากดินเสื่อมโทรม ขาดความอุดมสมบูรณ์ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ผลผลิตที่ได้รับต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

จังหวัดศรีสะเกษ โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ จึงมุ่งเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้เกษตรกร ตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และ นำเสนอทางเลือกในการใช้เทคโนโลยีการเกษตรเพื่อการบริหารจัดการพื้นที่และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรทดแทนการเผา สร้างการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผา รวมทั้งสร้างต้นแบบในการทำการเกษตรปลอดการเผา เพื่อสนับสนุนการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมต่อไป

โอกาสนี้ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำเครือข่ายเกษตรกร ตลอดจนเกษตรกร ต่างได้แสดงพลัง ” หยุดเผาในพื้นที่ทางการเกษตร” พร้อมแสดงจุดยืนจะเดินหน้าทำเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Day) ด้วยการใช้เทคโนโลยีทางเลือกจัดการเศษซากพืชที่เหลือใช้หลังการเก็บเกี่ยวอย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มธาตุอาหารในดินให้เหมาะสม

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...