หน้าแรกข่าวล่าสุดหนุนเลี้ยงปูทะเลบ่อเลี้ยงกุ้งทิ้งร้างเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร

หนุนเลี้ยงปูทะเลบ่อเลี้ยงกุ้งทิ้งร้างเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร

-

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หนุนเลี้ยงปูทะเลแปลงใหญ่ แทนการปล่อยบ่อเลี้ยงกุ้งทิ้งร้าง หวังเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร

นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดตามการดำเนินงานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงปูขาวปลอดภัยลุ่มน้ำปากพนัง ณ หมู่ที่ 4 ต.เกาะเพชร อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว เป็นแปลงใหญ่ปูทะเลแปลงแรกของกรมประมงและของประเทศไทย เป็นแปลงใหญ่ต้นแบบในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงปูขาวปลอดภัยลุ่มน้ำปากพนัง เป็นหนึ่งในกลุ่มแปลงใหญ่ปูทะเลที่สมาชิกในกลุ่มมีความสนใจและมีการพัฒนาการเลี้ยงปูทะเลแบบเชิงพาณิชย์ มีการศึกษาดูงานฟาร์มเลี้ยงปูในต่างพื้นที่

และจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ของกรมประมง ซึ่งมีการพัฒนาการเลี้ยงโดยใช้วิธีการอนุบาลลูกปูให้ได้ขนาด 5 – 7 เซนติเมตร ก่อนปล่อยบ่อเลี้ยง และนำปูที่เลี้ยงในบ่อมาเลี้ยงขุนต่อในระบบคอนโด ทำให้มีอัตรารอดสูงขึ้น สามารถลดต้นทุน ผลผลิตปูทะเลทั้งชนิดปูไข่และปูเนื้อเป็นที่ต้องการของตลาด

ปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงปูขาวปลอดภัยเป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบด้านการเลี้ยงปูทะเล เป็นศูนย์เรียนรู้ธนาคารจุลินทีย์ชุมชนเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และได้รับการคัดเลือกให้เป็นศูนย์เรียนรู้ขยายผลของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีการเชื่อมโยงพัฒนานวัตกรรมการเลี้ยงร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยวิทยาเขตนครศรีธรรมราชไสใหญ่ รวมถึงเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเลี้ยงปูทะเล (ปูขาว) ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ และศึกษาดูงานของนิสิต นักศึกษา

“กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมประมง ได้ดำเนินการส่งเสริมเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยเฉพาะพื้นที่บ่อเลี้ยงกุ้งทิ้งร้างให้ปรับเปลี่ยนอาชีพ และนำพื้นที่มาใช้ประโยชน์ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจชนิดอื่น ๆ ที่สร้างรายได้ โดยได้ดำเนินการส่งเสริมตามแนวทางโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ด้านประมง นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังได้มีการนำปลาหมอคางดำที่กำลังมีการระบาดมาบดเป็นอาหารของปูขาว ถือเป็นการแกปัญหาอีกทางหนึ่ง” นายอัครา กล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...