Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดเปิดตลาดหมู-ไก่ ให้สหรัฐ ไทยต้องรอบคอบ ควรยกเลิกโควต้าและภาษีนำเข้าวัตถุดิบ

เปิดตลาดหมู-ไก่ ให้สหรัฐ ไทยต้องรอบคอบ ควรยกเลิกโควต้าและภาษีนำเข้าวัตถุดิบ

-

หลังรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาของโดนัลด์ ทรัมป์ นโยบาย “America First Trade Policy” ได้ส่งผลกระทบต่อประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะในด้านการเปิดตลาดสินค้าเกษตร ซึ่งหนึ่งในสินค้าที่อาจถูกผลักดันให้เปิดตลาด คือ เนื้อหมูและเนื้อไก่ เนื่องจากสหรัฐฯ ที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงด้วยต้นทุนและราคาที่ต่ำกว่าผลิตภัณฑ์ของไทยมาก การเจรจากับสหรัฐฯ ภายใต้นโยบายนี้จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบบนพื้นฐานที่เป็นธรรมและยั่งยืน (Fair Trade) เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ

การเปิดตลาดให้กับสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย การเปิดตลาดสามารถเสริมสร้างโอกาสในภาคการส่งออกของไทย โดยเฉพาะในการส่งออกสินค้าเกษตรสู่ตลาดสหรัฐฯ ที่เป็นตลาดขนาดใหญ่ แต่ในขณะเดียวกัน ภาคปศุสัตว์ของไทยก็อาจได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่รุนแรงจากสินค้าราคาถูกจากสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้เกษตรกรไทยไม่สามารถแข่งขันได้ในระยะยาว

เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย (win-win benefit) รัฐบาลไทยจำเป็นต้องพิจารณาข้อแลกเปลี่ยนที่เป็นธรรมทั้งกับประเทศและเกษตรกรไทยในการเปิดตลาดสินค้าเกษตรกับสหรัฐฯ และหนึ่งในข้อเสนอสำคัญที่เกษตรกรภาคปศุสัตว์ของไทย คือ การลดภาษีนำเข้าและการยกเลิกโควต้าสำหรับอาหารสัตว์ ที่นำเข้าจากสหรัฐฯ โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และกากถั่วเหลือง และอาจเพิ่มเติมในส่วนของข้าวสาลี มีบทบาทสำคัญในการผลิตอาหารสัตว์ของไทย การลดอุปสรรคดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนการผลิตให้เนื้อสัตว์ไทยสามารถแข่งขันกับเนื้อสัตว์ของสหรัฐฯได้ ที่สำคัญเนื้อสัตว์ของไทยยังมีมาตรฐานด้านสุขอนามัยที่ดีกว่าเนื้อสัตว์ของสหรัฐฯ เช่น ไทยห้ามการใช้สารเร่งเนื้อแดง ที่สำคัญเนื้อสัตว์ที่ผลิตในประเทศย่อมมีความสดและสะอาดกว่าเนื้อสัตว์ที่ต้องใช้เวลาในการขนส่งนานแน่นอน

ปัจจุบัน ประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และกากถั่วเหลืองจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ส่งออกหลักของวัตถุดิบเหล่านี้ แต่การเก็บภาษีสูงและการตั้งโควต้านำเข้า เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปัจจุบันมีโควต้านำเข้าและค่าธรรมเนียมนำเข้าซึ่งอัตราแตกต่างกันขึ้นกับประเทศที่นำเข้า ขณะที่กากถั่วเหลืองเก็บภาษีนำเข้า 2% ทำให้ต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์ในไทยสูง ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันของภาคปศุสัตว์ไทยทั้งตลาดภายในและการส่งออกไปต่างประเทศ

สมาพันธุ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (2552) รายงานว่า ปัจจุบันไทยมีความต้องการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 9.2 ล้านตัน แต่ผลิตในประเทศได้เพียง 5 ล้านตัน นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน 2 ล้านตัน และนำเข้าข้าวสาลีมาใช้ทดแทน 1.7 ล้านตัน แต่เนื่องจากเกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 และหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน จึงเป็นโอกาสที่ไทยจะนำเข้าวัตถุดิบดังกล่าวจากสหรัฐฯ

การลดภาษีนำเข้าและยกเลิกโควต้าวัตถุดิบอาหารสัตว์จากสหรัฐฯ จึงเป็นข้อเสนอที่สามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตได้โดยตรง ทั้งยังช่วยให้ผู้ผลิตในประเทศสามารถเข้าถึงวัตถุดิบที่มีคุณภาพดีในราคาที่เหมาะสม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันในตลาดโลก โดยเฉพาะเมื่อมีการเปิดตลาดสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ ซึ่งรัฐบาลไทยสามารถกำหนดช่วงเวลาในการนำเข้าไม่ให้ตรงกับช่วงเวลาเก็บเกี่ยวของพืชดังกล่าวได้ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านราคาที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรไทยได้

นอกจากนี้ การลดภาษีและยกเลิกโควต้านำเข้าวัตถุดิบดังกล่าวไม่เพียงแต่จะลดต้นทุนการผลิตในภาคปศุสัตว์เท่านั้น แต่ยังกระตุ้นและส่งเสริมให้ไทยพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตภายในประเทศ ทั้งการเพิ่มผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และกากถั่วเหลือง ให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศและลดการพึ่งพาการนำเข้าได้ โดยรัฐบาลไทยต้องให้การสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตและการวิจัยในการเพิ่มผลผลิต ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางการผลิตในระยะยาว และส่งผลดีต่อเกษตรกรในท้องถิ่นที่อาจได้รับประโยชน์จากการเพิ่มผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและลดต้นทุนในระดับประเทศ

การเจรจากับสหรัฐฯ ภายใต้นโยบาย “America First Trade Policy” จำเป็นต้องคำนึงถึงการรักษาผลประโยชน์ของประเทศและภาคเกษตรไทยอย่างรอบคอบ การลดภาษีนำเข้าและยกเลิกโควต้าจะช่วยให้ต้นทุนการผลิตลดลง เพิ่มความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทยในประเทศและในตลาดโลกได้ดีขึ้น ที่สำคัญไทยยังสามารถใช้โอกาสนี้ในการต่อรองกับสหรัฐฯ เพื่อขอความช่วยเหลือในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตร การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ และการให้การสนับสนุนด้านการตลาดเพื่อให้ประเทศไทยสามารถเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน

รัฐบาลไทยควรพิจารณาการลดภาษีนำเข้าและการยกเลิกโควต้าวัตถุดิบอาหารสัตว์จากสหรัฐฯ ตามแนวทางการรักษาผลประโยชน์แบบ win-win โดยไทยจะสามารถลดต้นทุนการผลิตในภาคปศุสัตว์และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ขณะที่สหรัฐฯ ก็จะได้ประโยชน์จากการขยายตลาดสินค้าเกษตรของตนเอง การเจรจาการค้าครั้งนี้จึงควรเป็นโอกาสในการสร้างความร่วมมือที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ร่วมกันในฐานะประเทศคู่ค้า รัฐบาลไทยควรพิจารณาข้อเสนอที่เป็นธรรมนี้อย่างละเอียด เพื่อให้การเปิดตลาดสินค้าเกษตรกับสหรัฐฯ เกิดผลประโยชน์สูงสุดทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

โดย…สมสมัย หาญเมืองบน นักวิชาการอิสระ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...