Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดส่งออกข้าวไทยปี '68 เจอศึกหนัก! ราคาตลาดโลกลดฮวบ ออเดอร์สั่งซื้อล่วงหน้าถูกยกเลิก

ส่งออกข้าวไทยปี ’68 เจอศึกหนัก! ราคาตลาดโลกลดฮวบ ออเดอร์สั่งซื้อล่วงหน้าถูกยกเลิก

-

สถานการณ์ส่งออกข้าวไทยในปี 2568  น่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง หลังจากประเทศอินเดียประกาศปลดล็อกส่งออกในยังนานาประเทศ ส่งผลกระทบกับประเทศผู้ผลิต ที่ส่งออกข้าวทั่วโลก ขณะที่ไทยต้องเผชิญกับการแข่งขันราคากับประเทศส่งออกคู่แข่งอื่นๆ  อีกหลายราย 

ชาวนาไทยพอจะลืมตาอ้าปากได้จากการส่งออกข้าวในปีที่แล้ว โดยมียอดปริมาณส่งออกสูงถึง  9.95 ล้านตัน ผลพวงที่ประเทศอินเดียให้ระงับการส่งออกเพื่อบริโภคในประเทศจากปัญหาภัยธรรมชาติ ซึ่งสูงมากในรอบ 6 ปี แต่ในปีนี้ จากการประเมินสถานการณ์ส่งออกข้าวไทยของกรมการค้าต่างประเทศและสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยจะเผชิญกับความท้าทาย และการแข่งขันอย่างหนัก

โดยเฉพาะการปลดล็อคส่งออกข้าวของประเทศอินเดีย หลังจากผ่านพ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ มีผลผลิตเพียงพอ และพร้อมกลับส่งออกเช่นเดิม โดยคาดว่าปีนี้อินเดียจะมีปริมาณส่งออกมากถึง 22  ล้านตันและส่งผลกระทบกับออเดอร์ที่มีการสั่งซื้อล่วงหน้า (ในปี 2567)  มีราคาที่สูงกว่า ราคาซื้อขาย ณ ปัจจุบัน ประเทศผู้นำเข้าทิ้งสัญญาเดิม และชะลอการนำเข้า สร้างความเสียหายให้กับผู้ส่งออกไทยบางรายค้างส่งนับแสนตัน

เรื่องนี้ นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ระบุว่า สถานการณ์ส่งออกข้าวไทยช่วงต้นปี  2568 ว่า ตลาดค้าข้าวโลกปั่นป่วนอย่างหนัก คำสั่งซื้อใหม่หยุดชะงัก เนื่องด้วยปริมาณข้าวทั่วโลกยังอยู่ในปริมาณที่สูง ส่งผลต่อราคาข้าวทั่วโลกลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ระบบการค้าปกติเริ่มมีปัญหา ทั้งจากประเทศผู้นำเข้าหลายประเทศชะลอส่งมอบข้าวในสัญญาเดิม หลายบริษัทเริ่มเห็นการทิ้งสัญญาที่ตกลงไว้เดิมตั้งแต่ปลายปี 2567 เพราะราคาข้าวที่ได้ตกลงกันไว้ช่วงซื้อขายปลายปี 2567 ถึงต้นปี 2568 สูงกว่าค่อนข้างมาก

“ที่น่าวิตกคือ ราคาข้าวไทยกลับมาสูงกว่าประเทศคู่แข่งค้าข้าวของโลกในเกือบทุกชนิด และราคาส่งออกข้าวไทยสูงกว่าคู่แข่ง 50-60 เหรียญสหรัฐต่อตันแล้ว อย่างข้าวขาว 5% ราคาส่งออกของไทยเฉลี่ย 430-440 เหรียญสหรัฐต่อตัน ราคาข้าวส่งออกเวียดนามต่ำกว่า 390 เหรียญสหรัฐต่อตันแล้ว และราคาเวียดนามต่ำกว่าอินเดียแล้วด้วย”

สาเหตุที่ทำให้ราคาข้าวร่วงรุนแรงและกำลังป่วนระบบการค้าข้าวโลก จากเหตุการณ์สำคัญ คือ ประเทศนำเข้าอย่างอินโดนีเซียหยุดการซื้อข้าว หลังจากราคาข้าวร่วงต่ำลงกว่าที่เจรจาซื้อไว้ ส่งผลกระทบสร้างความเสียหายให้กับผู้ส่งออกไทยบางรายค้างส่งนับแสนตัน

“เดือนมีนาคมนี้ เราจะเจอทั้งสต๊อกเดิมค้างรอระบาย และผลผลิตข้าวรอบใหม่ออกตลาด อินเดียก็เร่งระบาย กำลังเจรจาขายให้กับมาเลเซีย ที่ก่อนหน้านี้ซื้อจากเวียดนามมาก เราประเมินว่าการค้าข้าวและการส่งออกข้าวไทยที่คาดการณ์ปีนี้หวังส่งออกไว้ 7.5 ล้านตัน จะพลาดเป้าแค่ไหน น่าจะชัดเจนในเดือนเมษายน”

อย่างไรก็ดี เรื่องนี้รัฐบาลไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามหามาตรการต่าง ๆ ออกมาช่วยเหลือผู้ส่งออก โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ทางกรมการค้าระหว่างประเทศ ได้ออกมาตรการในการช่วยเหลือ โดย อำนวยความสะดวกในการส่งออกข้าวไทย กรมฯ ได้ดำเนินการแล้วในการปรับลดขั้นตอนและระยะเวลาการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกข้าว จากเดิมใช้เวลาดำเนินการไม่เกิน 3 วัน เหลือเพียง 30 นาที ซึ่งสามารถดำเนินการได้ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ซึ่งกรมฯ และสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยจึงคาดการณ์ร่วมกันว่าการส่งออกข้าวไทยในปี 2568 จะมีประมาณ 7.5 ล้านตัน

นอกจากนี้ กรมฯ ยังมุ่งเน้นการเพิ่มโอกาสในการขยายช่องทางตลาดของข้าวไทยให้แก่ผู้ประกอบการรายเล็กตามนโยบายของรัฐบาล โดยมีแผนนำผู้ประกอบการรายเล็กที่มีศักยภาพในการส่งออกข้าวเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจในงาน BIOFACH (เยอรมัน) งาน Natural Products Expo West (สหรัฐอเมริกา) และงาน THAIFEX – Anuga Asia (ไทย) แต่ปัญหานี้ก็คงเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาภายใน เพราะเราไม่สามารถควบคุมปัจจัยภายนอกได้

มาติดตามดูว่าส่งออกข้าวไทยในปี 2568 นี้ จะสามารถฟันฝ่าสถานการณ์ความความท้ายทายนี้ได้อย่างไร  และรัฐบาลจะมีมาตรการอื่น ๆ  ออกมาช่วยเหลือและรับมืออย่างไร

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...