Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุด55 ปี สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โครงการหลวงแห่งแรก ต้นแบบการพัฒนาพื้นที่สูง

55 ปี สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โครงการหลวงแห่งแรก ต้นแบบการพัฒนาพื้นที่สูง

-

จากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ 1,500 บาท แลกกับผืนดินบนดอยอ่างขาง เกิดเป็นโครงการหลวงแห่งแรกของประเทศไทย และเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงผืนดินขนาดใหญ่ที่เคยเป็นไร่ฝิ่น และป่าเสื่อมโทรม กลับกลายเป็นสวนสวรรค์แห่งพืชพรรณเมืองหนาว และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของภาคเหนือ หนึ่งในสถานที่ที่คนทั่วโลกอยากมาเที่ยวมากที่สุดในหน้าหนาวนี้

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและเพื่อสืบสานพระราชปณิธานแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) จึงได้จัดโครงการ “ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา” ครั้งที่ 48 เพื่อนำคณะครูอาจารย์ และผู้สนใจ เดินทางมาเรียนรู้ต้นแบบแห่งความสำเร็จในการพัฒนาพื้นที่สูงของประเทศไทย ณ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ และเป็นการเผยแพร่ศาสตร์พระราชา และเศรษฐกิจพอเพียงให้ประชาชนนได้รับรู้ในวงกว้าง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน

นางวิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “สถานีเกษตรหลวงอ่างขางไม่เพียงเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการหลวง แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จในการ พัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน ที่สามารถเปลี่ยนวิถีชีวิตของชาวไทยภูเขาจากที่เคยพึ่งพารายได้จากการปลูกพืชเสพติด สู่การเพาะปลูกพืชเมืองหนาวที่มีมูลค่าสูง สร้างรายได้อย่างมั่นคง ที่นี่คือแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิต ที่แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากการเข้าใจ เข้าถึง วิถีชีวิตความเป็นอยู่ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ โดยคำนึงถึงทั้งมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ความสำเร็จที่เกิดขึ้นที่นี่ได้กลายเป็นต้นแบบให้กับโครงการพัฒนาพื้นที่สูง รวมถึงโครงการพัฒนาในมิติอื่น ๆ ทั่วประเทศ ดังปณิธานของโครงการหลวงที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานว่า ช่วยขาวเขา ช่วยชาวเรา ช่วยชาวโลก”

ผู้เข้าร่วมโครงการได้สัมผัสความงดงามของสวนดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่ดอกซากุระเมืองไทย บานสะพรั่งเป็นสีชมพูทั่วทั้งดอย สร้างทัศนียภาพที่สวยงาม ผสานกับความงามของดอกท้อ และดอกพญาเสือโคร่งที่ผลัดกันบานในช่วงปลายฤดูหนาวต้นฤดูร้อน นอกจากนี้ยังได้เยี่ยมชมสวนต่าง ๆ อาทิ สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา สวนสมเด็จที่รวบรวมพันธุ์ไม้ประดับเมืองหนาว สวนแปดสิบที่เต็มไปด้วยดอกไม้หลากสีสัน และสวนกุหลาบอังกฤษที่รวบรวมกุหลาบไว้กว่า 200 สายพันธุ์

อีกหนึ่งไฮไลท์พิเศษของการเยี่ยมชมครั้งนี้คือ สวนคำดอย แหล่งปลูกดอกคำดอยหรือกุหลาบพันปีพันธุ์หายาก และสวนหอมที่รวบรวมพันธุ์ไม้หอมทั้งไทยและต่างประเทศ เช่น หอมหมื่นลี้ ลาเวนเดอร์ และแมกโนเลีย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชเมืองหนาวที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศไทย

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้ร่วมกิจกรรมกับมูลนิธิธรรมดี ในการมอบอุปกรณ์ทางการศึกษา และการกีฬาให้กับ 6 โรงเรียนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ได้แก่ โรงเรียนเทพศิรินทร์ 9 โครงการหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ โรงเรียนบ้านขอบด้ง โรงเรียนบ้านแม่สาว โรงเรียนบ้านสันต้นดู่ โรงเรียนบ้านต้นส้าน และโรงเรียนมิตรมวลชนเชียงใหม่

ทางโครงการฯ ยังได้จัดกิจกรรม Workshop และการบรรยายเกี่ยวกับศาสตร์พระราชา เพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนในทุกมิติ จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี และอาจารย์อดุลย์ ดาราธรรม ที่ปรึกษาและอดีตนายกสมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย ผู้คิดค้นนวัตกรรมสื่อการสอนสำหรับเยาวชนในศตวรรษที่ 21 หรือ Interactive Board Game หนึ่งเดียวในโลก เพื่อผลักดันให้เกิดนวัตกรรมแบบก้าวกระโดด และเตรียมความพร้อมประเทศไทยสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายในปี 2030

โครงการทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) คุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ สมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย และมูลนิธิธรรมดี โดยได้รับการสนับสนุนหนังสือจากโครงการอมรินทร์อาสา อ่านพลิกชีวิต อมรินทร์กรุ๊ป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

สืบสานตำนาน “รำมวยโบราณสกลนคร” เชิดชูบรมครู ‘จำลอง นวลมณี’ต่อยอดมรดกไทยสู่หลักสูตรท้องถิ่น

"​สกลนคร"ถือเป็นเรื่องราวที่สร้างความภาคภูมิใจและรอยยิ้มให้กับชาวสกลนครเป็นอย่างยิ่ง เมื่อกลุ่มศิษยานุศิษย์ของ "คุณตาจำลอง นวลมณี" บรมครูแห่งศาสตร์และศิลป์มวยโบราณสกลนคร (บุคคลดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาการแสดงพื้นบ้านและนันทนาการ ประจำปี ๒๕๒๙) ผู้ริเริ่มประดิษฐ์คิดค้นท่า “รำมวยโบราณ” อันเป็นเอกลักษณ์ ได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญเพื่อต่อลมหายใจมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าแขนงนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาและยั่งยืนอีกครั้ง ​จากจุดเริ่มต้นของการรวบรวมข้อมูลและจัดทำผังสาแหรกผู้สืบทอดวิชาในรุ่นต่างๆ ล่าสุด คณะศิษย์ที่ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง "ชมรมมวยโบราณสกลนคร" ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนและการรับรองจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร ให้เป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง พร้อมเปิดประตูแห่งการเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การแสดง “รำมวยโบราณ” ให้แก่นักเรียน...