Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุด“สุชาติ” นำทัพ “สินค้าชุมชน บุกเมืองย่าโม ลดค่าครองชีพ

“สุชาติ” นำทัพ “สินค้าชุมชน บุกเมืองย่าโม ลดค่าครองชีพ

-

“สุชาติ”รมช.พาณิชย์ นำทัพ “สินค้าชุมชน บุกเมืองย่าโม มอบของขวัญปีใหม่ ปี2568 ให้ประชาชนลดค่าครองชีพ คาด 4 วัน มูลค่าการค้าพุ่งกว่า 30 ล้านบาท

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้จัดงาน “พาณิชย์นำทัพสินค้าชุมชน จัดงานแสดงสินค้าโคราช มอบของขวัญปีใหม่ 2568” ณ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 23 – 26 มกราคม 2568 รวมทั้งสิ้น 4 วัน ซึ่งงานดังกล่าวนี้ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ที่ให้ความสำคัญในการเปิดตลาดใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการไทย

โดยเฉพาะการสนับสนุนสินค้าชุมชนหรือสินค้าโอท๊อป หรือสินค้าตามแนวชายแดนของพี่น้องประชาชนคนไทยให้สู่เวทีตลาดโลก ซึ่งในขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพิชัย นะริพทะพันธุ์ ได้เดินทางไปเจรจาการค้าและลงนามบันทึกข้อตกลงที่สำคัญ ที่สมาพันธรัฐสวิส ซึ่งล้วนเป็นผลประโยชน์ของคนไทย ทำให้เปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทยได้มีโอกาสแข่งขันในตลาดใหญ่อย่างยุโรป

 

“ผมได้มีโอกาสได้พบกับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะสินค้าชุมชนซึ่งผมมีความภูมิใจและชื่นชมศักยภาพของผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าที่สามารถแข่งขันกับชาวต่างชาติได้ แต่ขาดเพียงโอกาสเรื่องของการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ และนี่คือสิ่งที่รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์อยากเห็นคือการเติบโตจากผู้ประกอบการรายเล็กขึ้นเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ หน่วยงานที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ในส่วนของภาครัฐมีทั้งสถาบันการเงิน  SME bank ที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการในด้านแหล่งเงินทุนซึ่งจะเป็นกำลังหลักให้กับผู้ประกอบการมีความแข็งแกร่งขึ้น”นายสุชาติ กล่าว

กรมการค้าต่างประเทศมีหน้าที่ดูแลการค้าโดยเฉพาะการค้าชายแดนที่เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อนได้ และยังมีหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ที่มีหน้าที่ในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการให้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาสินค้าเพื่อต่อยอดการพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดโลก มีทูตพาณิชย์อยู่กว่า 50 ประเทศเป็นตัวแทนการค้าของกระทรวงพาณิชย์และเป็นตัวแทนของรัฐบาลในการอำนวยความสะดวกและแก้ไขปัญหาอุปสรรคให้กับผู้ประกอบการไทยที่ส่งสินค้าไปแล้วติดปัญหา โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านพิชัยฯ มีนโยบายให้กับทางทูตพาณิชย์ไปอยู่ต่างประเทศต้องทำหน้าที่ประเมินสถานการณ์และพัฒนาการขยายช่องทางการตลาดในต่างประเทศให้เพิ่มขึ้น

 

“ผมเองได้มีโอกาสดูกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ  ถือเป็นงานที่ยากเนื่องจากเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่บางธุรกิจอาจจะเสียประโยชน์และบางธุรกิจได้ประโยชน์ ผมเป็นตัวแทนของประเทศไทยในการเจรจาในภาพของประเทศ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของคนไทยให้ได้มากที่สุด นี่คือนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ ที่ทำอย่างไรให้ค้าขายสินค้าเกษตร สินค้าชุมชนให้มีคุณภาพและยกระดับมูลค่าสินค้า เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีรายได้มากขึ้น”

ผลิตสินค้า OTOP ที่มีชื่อเสียงหลายรายการ เช่น ผ้าไหม และเครื่องปั้นดินเผา ด่านเกวียน เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นจุดเชื่อมโยงทางการค้าระหว่างภาคอีสานและภาคกลาง ซึ่งเอื้อต่อการเดินทางของผู้ประกอบการและนักลงทุนจากหลายจังหวัดใกล้เคียง กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ จึงได้จัดงาน “พาณิชย์นำทัพสินค้าชุมชน จัดงานแสดงสินค้าโคราช มอบของขวัญปีใหม่ 2568”

ด้านนางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ  กล่าวว่า กิจกรรมหลักภายในงาน ประกอบด้วย 2 กิจกรรม คือ (1) งานแสดงและจำหน่ายสินค้า จำนวน 200 คูหา ระหว่างวันที่ 23 – 26 มกราคม 2568 ณ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา โดยมีสินค้าจากทั่วแดนอีสาน ทั้งสินค้าวิสาหกิจชุมชน สินค้า OTOP ของใช้ ของฝาก อาหารพื้นถิ่น และงานหัตถกรรมฝีมือที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ

พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษที่ตอบโจทย์การเลือกซื้อ เพื่อเป็นของขวัญต้อนรับปีใหม่ และเทศกาลตรุษจีนด้วยกิจกรรมการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า ซึ่งท่านจะได้พบกับสินค้าเด่นประจำจังหวัด และสินค้าคุณภาพที่หลากหลายจากผู้ผลิตในท้องถิ่น เป็นต้น และ (2) การเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศอื่น ๆ ระหว่างวันที่ 24 – 25 มกราคม 2568 ณ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา

โดยมีผู้ประกอบการไทย เข้าร่วมจำนวนกว่า 33 ราย และผู้ประกอบการจากประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศอื่น ๆ 4 ประเทศ พม่า กัมพูชา สปป.ลาว และจีน  เข้าร่วมจำนวนกว่า 10 ราย โดยคาดว่า 4 วันในการจัดงานจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 4000 คนและมีมูลค่าการค้าในงานและมูลค่าการจับคู่ธุรกิจกว่า 30 ล้านบาท

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...