Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดชาวไร่มันเดือดร้อนหนัก กู้มันขึ้นมาแต่ไม่มีจุดรับซื้อผลผลิต

ชาวไร่มันเดือดร้อนหนัก กู้มันขึ้นมาแต่ไม่มีจุดรับซื้อผลผลิต

-

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2568 กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี นำโดย นายนิพล หล้าช่าง แกนนำ ได้นำเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังอ.ไทรโยค กว่า 100 ราย พร้อมรถเครื่องขยายเสียง รถบรรทุกมันสำปะหลังเสบียงประกอบอาหาร และเต้นท์เข้าไปยังหน้าที่ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อยื่นหนังสือให้กับนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผ่านนายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เรียกร้องขอให้กระทรางพาณิชย์เปิดจุดรับขึ้นหัวมันสำปะหลัง ในพื้นที่ อ.ไทรโยค จำนวน 10 จุด ให้เร็วที่สุด

ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกรได้ช่วยกันนำเต้นท์มาติดตั้งที่บริเวณลานด้านข้างเสาธงชาติ หน้าศาลากลาง โดยมีรถกระบะบรรทุกหัวมันสำปะหลัง 1 คัน และติดตั้งเครื่องขยายเสียงเอาไว้ให้เกษตรกรผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยถึงความเดือดร้อยของแต่ละราย รวมถึงนำอุปกรณ์ประกอบอาหารเลี้ยงและน้ำดื่มที่สามารถอยู่ได้ตลอดทั้งคืนอีกด้วยด้วย โดยได้ยกกันไปทั้งครอบครัว เพื่อปักหลักสู้บอกว่าไม่มีถอย วันนี้มาทวงถามไม่ใช่ม็อบ แต่หากยังไม่ได้ตามที่ต้องการจะยกระดับขึ้นต่อไป

นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้มอบหมายให้ ว่าที่ ร.ต.ศุภมงคล บูชาถ่ายเทศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ มีนายบรมัตถ์พงษ์ พลเยี่ยม พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี นายเนรมิต เหลืองอร่ามฟ้า นายอำเภอไทรโยค นายกรกรณ์ อึ๊งภากรณ์ ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรี เข้าเจรจากับแกนนำ โดยมี นายสุวัฒนา ม่วงหวาน ป้องกันจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ อส.และเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.เมืองกาญจนบุรี คอยอำนวยความสะดวกและป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงขึ้น ซึ่งการเจรจาทุกอย่างนั้นผ่านไปด้วยดี โดยแกนนำกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง แจ้งว่าหากวันนี้ไม่ได้ตามข้อเรียกร้อง อาจมีความจำเป็นจะต้องกดดันด้วยการพักค้างคืนที่ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี

นายนิพล หล้าช่าง แกนนำกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง อ.ไทรโยค กล่าวว่า สำหรับข้อเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกรฯ มีด้วยกัน 4 ข้อ ดังนี้ 1.ขอให้กระทรวงพาณิชย์ นำโรงแป้งนอกจังหวัดมารับชื้อ ตามจุดรับซื้อทั้ง 10 จุด โดยให้รับซื้อของอำเภอไทรโยคครบทุกจุดพร้อมกัน เพื่อจะช่วยให้ชาวไร่มันสามารถที่จะใช้รถกระบะเล็กบรรทุกหัวมันสำปะหลังไปขายได้สะควกในจุดที่อยู่ใกล้ๆ ไม่ใช่มาเปิด แค่เพียงบางจุดเท่านั้น แต่เกษตรกรไม่สามารถที่จะใช้กระบะเล็กวิ่งไปขายได้ เพระอยู่ห่างไกลมาและเป็นพื้นที่ภูเขาสูง ทำให้เกษตรกรวิ่งไปไม่ถึง จึงจำเป็นต้องมีการเปิดทุกตำบล ในพื้นที่อำเภอไทรโยค และขอให้รัฐบาลช่วยรับซื้อจำนวน 100,000 ตันในระยะเวลา 50 วัน เพื่อแบ่งเบาความเดือดร้อนของเกษตรกรในอำเภอไทร ที่ราคามันสำปะหลังตกต่ำมากที่สุดในประประเทศไทย

2.ขอให้มีการรับซื้อที่ ราคา กก.ละ 2.20 บาท/กก. เชื้อแป้ง 25% โดยไม่หักจากเกษตรกร เกษตรกรจะต้องได้ราคาเต็ม ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศกำหนดราคาเอาไว้ที่จุดรับซื้อทุกจุด โดยกระทรวงพาณิชย์ จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการเองทั้งหมด ถ้าหากต่ำกว่านี้เกษตรกรจะขาดทุนมาก

3.ขอให้กระทรวงพาณิชย์ ได้กำหนดวันเปิดรับซื้อโดยเร็วที่สุด ภายในเดือน มค.2568 นี้ เพราะเกษตรกร เดือดร้อนจะต้องขุดมันสำปะหลังไปขายเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว และต้องใช้หนี้สินต่างๆ อีกมากมาย

และ 4.ขอให้ผ่อนปรนให้เกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลัง ที่ไม่ได้ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร สามารถปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรได้ทันที หรือยกเว้นการใช้ทะเบียนเกษตรมาใช้การเข้าร่วมโครงการขายมันสำปะหลังในโครงการนี้

นายนิพล กล่าวว่า ข้อเรียกร้องทั้ง 4 ข้อ กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง จะต้องได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ภายในวันที่ 24 ม.ค.68 นี้ หากไม่ได้รับคำตอบครบทุกข้อเรียกร้อง เกษตรกรจะไม่สามารถขุดมันสำปะหลังออกมาขายได้ จะทำให้ทุกคนเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จำเป็นจะต้องรวมตัวเดินทางไปกดดันที่ทำเนียบรัฐบาลอย่างแน่นอน

ด้าน นายบรมัตถ์พงษ์ พลเยี่ยม พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ขณะนี้พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรีกำลังรอคำสั่งให้เปิดจุกรับซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรชาวอำเภอไทรโยค จุดไหนพร้อมก็จะเปิดไปก่อน ปัจจุบันจุดรับซื้อที่มีความพร้อมมีอยู่ประมาณ 3-4 จุด แต่เกษตรกรร้องขอซื้อขายในราคา กิโลกรัมละ 2.20 บาท แต่โครงการของเรานั้นได้ให้แค่ กิโลกรัมละ 2 บาทเท่านั้น ซึ่งโครงการของเรานั้นมีเงินอยู่แล้วและผู้ประกอบการก็พร้อมที่จะรับซื้อในราคานี้ แต่เราก็เข้าใจต้นทุนของเกษตรกรอยู่แล้วว่า มีต้นทุนสูงถึง 1,800-2,100 บาท เมื่อเกษตรกรขายได้ในราคาตันละ 2,000 บาทมันจึงมีความหมิ่นเหม่ที่จะขาดทุน

ข่าว/ภาพ : ปรีชา ไหลวารินทร์ ผู้สื่อข่าวจังหวัดกาญจนบุรี

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

มันสมองสองมือพลิกดินทรายแห้งแล้ง สร้างสวนทุเรียน เนื้อครีมมี่ เปลือกบาง เม็ดลีบ

ใครจะไปเชื่อว่าพื้นที่ดินทรายอันแห้งแล้งในภาคอีสานจะสามารถเนรมิตให้กลายเป็นสวนทุเรียนเกรดพรีเมียมได้สำเร็จ แต่นางนงนุช ศุภคุณากร อายุ 53 ปี เกษตรกรเจ้าของ "ฟาร์มทุเรียนคุณปู่" ตั้งอยู่ที่บ้านหนองไม้ตาย ตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนนครราชสีมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วด้วยผลสำเร็จในการพลิกฟื้นผืนดินทรายกว่า 50 ไร่ ให้กลายเป็นแหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพเยี่ยมเกือบ 500 ต้น ซึ่งในฤดูกาลนี้พร้อมเปิดสวนต้อนรับนักท่องเที่ยวและคอทุเรียนให้ได้มาลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ นางนงนุช เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของฟาร์มทุเรียนคุณปู่ว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ผืนดินตรงนี้เดิมทีคุณปู่เคยใช้ปลูกต้นสักมาก่อนแต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากต้นสักยืนต้นตายทั้งหมด...