หน้าแรกข่าวล่าสุดชัยภูมิเปิดสนามไดร์กอล์ฟมาตราฐาน ชวนมือโปร มือใหม่พิสูจน์กว่า 9 หลุม

ชัยภูมิเปิดสนามไดร์กอล์ฟมาตราฐาน ชวนมือโปร มือใหม่พิสูจน์กว่า 9 หลุม

-

เมื่อวันที่ 18 ม.ค.68 ที่ศูนย์ฝึกประสบการณ์กีฬากอล์ฟ สนามกอล์ฟ ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ต.นาฝาย อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.สานนท์ ด่านภักดี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ พร้อมด้วย รองอธิการบดีฯ คณะผู้บริหาร บุคลากร จนท.และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิดศูนย์ฝึกประสบการณ์กีฬากอล์ฟ ในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพแก่นักศึกษา ประชาชน และเป็นแหล่งเรียนรู้กีฬากอล์ฟ เพิ่มขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการกอล์ฟของมหาวิทยาลัยราชภัฎชัยภูมิ

ให้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น เป็นการส่งเสริมทักษะในการบริหารจัดการธุรกิจ ให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติ และเพื่อยกระดับมาตรฐาน ในการพัฒนากีฬากอล์ฟ จ.ชัยภูมิ ให้สูงยิ่งขึ้นมีนักกีฬากอล์ฟมืออาชีพทั้งในพื้นที่ และต่างจังหวัด รวมถึงนักกีฬากอล์ฟเขยชัยภูมิ ร่วมเปิดสนามและประลองฝีมือไดล์กอล์ฟและมืออาชีพคึกคัก

โดยบรรยากาศการจัดงานในครั้งมีนักกอล์ฟ มืออาชีพและมือสมัครเล่นออกมาโชว์ การไดร์กอล์ฟกันรวมถึงทางผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สานนท์ ด่านภักดี อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ส่วนใหญ่จะเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ เมื่อได้มาเปิดสนามกอล์ฟต้องตีไดร์กอล์ฟเปิดสนามด้วย ก็ไม่เสียฟอร์มทำได้ดี ต่อด้วยนักกีฬากอล์ฟมืออาชีพที่เดินทางมา ร่วมไดร์กอล์ฟอย่างคึกคักด้วย.

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.สานนท์ ด่านภักดี อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ เผยว่าพื้นที่มหาวิทยาลัยภูมิ มีพื้นที่ทั้งหมดกว่า 1,400 ไร่เศษ ด้านหลังเป็นเชิงเขาติดกับเขาสระหงษ์ มีสภาพทั้งเป็นเชิงเขา ภูเขาเนินเตี้ยๆ ได้มีการทำเป็นสนามกอล์ฟขนาดมาตรฐานขนาด 9 หลุม ขณะนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว 3 หลุม พร้อมรองรับนักกีฬากอล์ฟ ทั้งสมัครเล่น และมืออาชีพทุกประเภท ซึ่งสนามกอล์ฟที่นี้ เมื่อเข้ามาชมทั้งสวยงาม และท้าทายฝีมือของนักกีฬากอล์ฟทุกรุ่นทุกประเภท

โดย…มัฆวาน วรรณกุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาคชัยภูมิ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...