Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดชู ศกอ.กำแพงเพชร ต้นแบบเกษตรผสมผสาน สร้างรายได้ปีละ 5 แสนบาท

ชู ศกอ.กำแพงเพชร ต้นแบบเกษตรผสมผสาน สร้างรายได้ปีละ 5 แสนบาท

-

นายชายศักดิ์ วุฒิศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 12 นครสวรรค์ (สศท.12) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า การเกษตรแบบผสมผสานเป็นระบบเกษตรกรรมยั่งยืน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เกษตรกร       ให้ความสนใจ เพราะในพื้นที่ที่ทำการเกษตรนั้น สามารถมีผลผลิตหลายชนิดออกขายสู่ตลาดได้ ตั้งแต่ผลผลิตที่เป็นพืชผัก  ไม้ผล ตลอดไปจนถึงในเรื่องของการเลี้ยงสัตว์ จึงทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น และสำคัญที่สุดคือผู้ปลูกต้องได้ประโยชน์  มากที่สุด แล้วยังสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนด้วยเช่นกัน ในสภาวะที่ภาคเกษตรไทยเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ดังนั้น เกษตรผสมผสานจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการสร้างรายได้เพื่อนำไปสู่การดำรงชีพที่มั่นคงสำหรับเกษตรกร

ชายศักดิ์ วุฒิศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 12 นครสวรรค์ (สศท.12)

จากต้นแบบของเศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) ของ สศท.12 ที่ประสบความสำเร็จในการทำเกษตรผสมผสาน คือ นายสรรเสริญ สวรรค์บรรพต ศกอ. อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร และเป็นประธานศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร อีกทั้งยังเป็นผู้จัดการแปลงใหญ่ผัก  ตำบลวังหามแห อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานแปลงใหญ่มันสำปะหลัง ตำบลบ่อถ้ำ อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร และประธานวิสาหกิจชุมชนผักแปลงใหญ่และพืชสมุนไพรหนองช้างงาม  ซึ่ง สศท.12 ได้ลงพื้นที่และสัมภาษณ์นายสรรเสริญ บอกเล่าว่า เดิมนั้นตนทำการเกษตรแบบเชิงเดี่ยว

แต่ประสบปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากภาวะฝนทิ้งช่วง ส่งผลให้ผลผลิตเสียหาย ไม่ได้คุณภาพและปริมาณตามต้องการ จึงใช้สารเคมีบำรุง ทำให้สภาพดินเสื่อม ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และรายได้ลดลง จึงได้ศึกษาและเข้าอบรมในหลักสูตรต่าง ๆ อาทิ เทคนิคการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงภาคการเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พัฒนาเกษตรกรเป็นผู้จัดการแปลงของสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร   ทำให้เกิดทักษะในด้านการทำเกษตรและปรับเปลี่ยนมาทำเกษตรแบบผสมผสาน ตั้งแต่ปี 2557 รวมทั้งประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนการทำเกษตร

ปัจจุบันการทำเกษตรแบบผสมผสานของนายสรรเสริญ ได้จัดสรรพื้นที่ จำนวน 45 ไร่ แบ่งออกเป็น มันสำปะหลัง จำนวน 15 ไร่ ไม้ผลและพืชผักสวนครัว จำนวน 23 ไร่ ได้แก่ มะม่วง พริก มะเขือ ฟักแฟง ฟักทอง กระเจี๊ยบเขียว และมะละกอ ปศุสัตว์ จำนวน 1 ไร่ ได้แก่ การเลี้ยงไก่ไข่ และไก่เนื้อ สระน้ำ จำนวน 1 ไร่ โดยเพาะเลี้ยงปลาตะเพียน และพื้นที่ส่วนที่เหลือเป็นที่อยู่อาศัยและโรงเรือน Hydroponics โรงเพาะเลี้ยงกล้าพืช โรงอบพลังงานแสงอาทิตย์ อาคาร ศพก.  และศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สำหรับกิจกรรมทางการเกษตรที่น่าสนใจและสร้างรายได้ คือ การปลูกมันสำปะหลัง พันธุ์ห้วยบง 80

โดยใช้ระบบน้ำหยด ทำให้ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก โดยในปีเพาะปลูก 2566/67 พบว่า นายสรรเสริญ มีต้นทุนการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 1,280 บาท/ไร่/ปี ได้ผลผลิตรวม 75 ตัน/ปี ผลผลิตเฉลี่ย 5,000 กิโลกรัม/ไร่/ปี ผลตอบแทนเฉลี่ย 9,000 บาท/ไร่/ปี ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย (กำไร) 7,720 บาท/ไร่/ปี ราคาหัวมันสำปะหลังสดคละ  ที่เกษตรกรขายได้ในพื้นที่ (ราคา ณ เดือนธันวาคม 2567) เฉลี่ย 1.60 บาท/กิโลกรัม ซึ่งเกษตรกรที่นำหัวมันสดมาขาย ตามลานรับซื้อสามารถเลือกได้ว่าจะวัดเปอร์เซ็นต์แป้ง หรือขายแบบคละ ทั้งนี้ หากคิดเป็นรายได้ของกิจกรรมทั้งหมดในการทำเกษตรผสมผสาน นายสรรเสริญจะมีรายได้ประมาณ 500,000 บาท/ปี

นอกจากผลสำเร็จในทำเกษตรแบบผสมผสาน และการปลูกมันสำปะหลังแล้ว ปัจจุบัน ศพก. ขาณุวรลักษบุรี ยังเป็นแหล่งสำหรับเรียนรู้และศึกษาดูงานในเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลัง โดยนายสรรเสริญ  เป็นวิทยากรประจำศูนย์เรียนรู้ฯ มีหน้าที่ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรเกี่ยวกับเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตการผลิต    มันสำปะหลัง การจัดทำบัญชีครัวเรือนและต้นทุนการประกอบอาชีพ ความรู้ด้านเกษตรผสมผสานและเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่เกษตรกรในชุมชน ซึ่งกิจกรรมของศูนย์เรียนรู้ฯ ประกอบด้วย การจัดการดินและปุ๋ย

การเลือกใช้พันธุ์มันสำปะหลังพันธุ์ดี ระบบน้ำหยดมันสำปะหลัง นวัตกรรมการปลูกมันสำปะหลังแนวใหม่ การปลูกพืชทางเลือกทดแทนมันสำปะหลัง และการปลูกกล้วยไข่พันธุ์กำแพงเพชร โดยมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน รวมถึงเกษตรกร ทั้งในและนอกพื้นที่ให้ความสนใจเข้าศึกษาดูงาน  ปีละประมาณ 800 คน หากท่านใดสนใจข้อมูลหรือมีความประสงค์เข้าศึกษาดูงานการปลูกมันสำปะหลัง สามารถติดต่อได้ที่นายสรรเสริญ สวรรค์บรรพต สถานที่ ตำบลวังหามแห อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชรโทร 08 7199 9589

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากความทรงจำวัยเด็ก…”จ่าเชฐ “สู่เจ้าสัวสวนทุเรียนมูซังคิง-หนมดำ” แห่งเมืองตรัง

แรงบันดาลใจมาจากวัยเด็กที่ทุเรียนเป็นของหายากในครอบครัว แม่ต้องนำมาทำเป็นข้าวเหนียวทุเรียนแบ่งให้พี่น้องรับประทาน จึงตั้งใจปลูกทุเรียนเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำ ทำให้ความฝันของ ร.ต.ต.ชัฏฐานนท์ ทองขาว อายุ 55 ปี เจ้าเจ้าที่ตำรวจ สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เดินตามรอยที่ตั้งใจไว้ จากนั้น “จ่าเชฐ” พร้อมด้วยภรรยา จึงเปิดสวนทุเรียน หมู่ 7 ต.โคกสะบ้า อ.นาโยง บนพื้นที่ 5 ไร่ ปลูกทุเรียนสายพันธุ์มูซังคิงและหนามดำ...