Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดกรมชลฯ สั่งเร่งระบายน้ำภาคใต้ หลังกรมอุตุฯ เตือน 3-5 ธ.ค. ฝนตกหนักซ้ำ

กรมชลฯ สั่งเร่งระบายน้ำภาคใต้ หลังกรมอุตุฯ เตือน 3-5 ธ.ค. ฝนตกหนักซ้ำ

-

นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่

ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้งประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 63,509 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 83% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีน้ำรวมกัน 21,835 ล้าน ลบ.ม. หรือ 88% ของความจุอ่างฯ รวมกัน ภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ดี อย่างไรก็ตาม ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้ค่าความเค็มเพิ่มขึ้น กรมชลประทาน ได้ติดตามและเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลักต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยวางแผนการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา และเขื่อนพระรามหก ให้สอดคล้องกับระดับการขึ้นลงของน้ำทะเล เพื่อผลักดันน้ำเค็มไม่ให้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำดิบที่ใช้ผลิตน้ำประปาของการประปานครหลวง (กปน.)

ทางด้านสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากช่วงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก มีน้ำล้นตลิ่ง  และน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ทั้งนี้ จากการติดตามคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา และ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) พบว่า ภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส จะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ในช่วงวันที่ 3 – 5 ธ.ค. 67

ทั้งนี้จึงได้กำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสม และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ หรือพื้นที่ชุมชนเมืองที่เคยเกิดน้ำท่วมขังระบายไม่ทัน พร้อมติดตั้งครื่องสูบน้ำในจุดพื้นที่เสี่ยงเพิ่มเติม และใช้ระบบชลประทานเร่งระบายน้ำอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อระบายน้ำลงสู่ทะเลอ่าวไทย ลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้มากที่สุด

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากความทรงจำวัยเด็ก…”จ่าเชฐ “สู่เจ้าสัวสวนทุเรียนมูซังคิง-หนมดำ” แห่งเมืองตรัง

แรงบันดาลใจมาจากวัยเด็กที่ทุเรียนเป็นของหายากในครอบครัว แม่ต้องนำมาทำเป็นข้าวเหนียวทุเรียนแบ่งให้พี่น้องรับประทาน จึงตั้งใจปลูกทุเรียนเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำ ทำให้ความฝันของ ร.ต.ต.ชัฏฐานนท์ ทองขาว อายุ 55 ปี เจ้าเจ้าที่ตำรวจ สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เดินตามรอยที่ตั้งใจไว้ จากนั้น “จ่าเชฐ” พร้อมด้วยภรรยา จึงเปิดสวนทุเรียน หมู่ 7 ต.โคกสะบ้า อ.นาโยง บนพื้นที่ 5 ไร่ ปลูกทุเรียนสายพันธุ์มูซังคิงและหนามดำ...