หน้าแรกข่าวล่าสุดกรมพัฒนาที่ดิน ดันแผนบริหารจัดการน้ำ ช่วยเกษตรไทยพ้นวิกฤติภัยแล้ง

กรมพัฒนาที่ดิน ดันแผนบริหารจัดการน้ำ ช่วยเกษตรไทยพ้นวิกฤติภัยแล้ง

-

กรมพัฒนาที่ดิน ผลักดันแผนขับเคลื่อนการบริหารจัดการดินและน้ำทั้งบนดินและใต้ดิน ช่วยเกษตรกรไทยพ้นวิกฤติภัยแล้งทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก

นางสาวสุมิตรา วัฒนา รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ผลสำเร็จของโครงการบริหารจัดการดินและน้ำทั้งบนดินและใต้ดินในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตของเกษตรกร ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 กรมพัฒนาที่ดินได้ดำเนินงานช่วยเหลือเกษตรไทยในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง

ได้แก่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ด้วย 3 กิจกรรมหลัก คือ การขุดสระเก็บน้ำ การจัดทำระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ และการจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำให้เหมาะสมกับสภาพของแต่ละพื้นที่

ทั้งนี้ทำให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์จากสระเก็บน้ำขนาด 1,375 ลูกบาศก์เมตร เพื่อการเกษตรกรรม สามารถกระจายพื้นที่ใช้น้ำได้อย่างทั่วถึงด้วยนวัตกรรมเครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ อีกทั้งยังสามารถรักษาความชุ่มชื้นของผืนดินได้ด้วยมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ นับเป็นการรับมือต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง และทำให้เกษตรกรมีศักยภาพในการสร้างผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

สำหรับแผนการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 กรมพัฒนาที่ดิน จะดำเนินโครงการฯ ตามคู่มือปฏิบัติงานที่ได้จัดทำขึ้นใหม่ โดยตั้งเป้าหมายให้เกิดประสิทธิภาพของการบริหารจัดการดินและน้ำที่เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น ควบคู่กับการติดตามประเมินผล

ทั้งปริมาณความชื้นของดิน ระดับน้ำใต้ดิน ปริมาณน้ำในสระ ฯลฯ โดยให้ทางชุมชน และเกษตรกรในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมบริหารจัดการ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเกษตร และทำให้เกษตรกรมีความมั่นคงทางด้านรายได้อย่างยั่งยืนสืบไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...