Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุด“สุวรรณ”เกษตรกรเมืองสุรินทร์คิดเป็นยามว่างหัน “ทอผ้าพื้นเมือง”ขายรายได้งาม

“สุวรรณ”เกษตรกรเมืองสุรินทร์คิดเป็นยามว่างหัน “ทอผ้าพื้นเมือง”ขายรายได้งาม

-

เส้นทางชีวิตแต่ละคน ย่อมออกแบบไม่ได้ แต่ถ้ามีความุ่งมั่น ขยัน อดทน เพื่อหารายได้หล่อเลี้ยงครอบครัวย่อมไม่ใช่เรื่องยาก  ดูอย่าง “สุวรรณ วิชมาเภท” หนึ่งเกษตรกรจาก จ.สุรินทร์และสมาชิก Sy สายภาคอีสาน อาชีพหลักเลี้ยงสัตว์และทำนาบ้าง พอหมดฤดูกาลเก็บเกี่ยวหาเวลาว่างให้เป็นประโยชน์หันมา “ทอผ้าพื้นเมือง”ขายพอที่มีรายได้นำเงินมาหล่อเลี้ยงตัวเองและครอครอบครัว

สุวรรณ เล่าว่า อาชีพหลักเกษตรกร แต่ไม่มีอะไรที่แน่นอน บางปีข้าวขายได้ราคา บางปีไม่มีกำไรมากมาย ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายบ้าง เพราะว่าต้องหาเงินทุนหมุนเวียนใช้จ่ายให้กับครอบครัว เพราะฉะนั้น ชีวิตจะอยู่รอดได้ในสังคมชนบท ต้องมีความขยัน ตนเป็นคนสุรินทร์ เป็นที่รู้กันว่าเมืองช้าง อีกอาชีพหนึ่งที่ขึ้นชื่องานทอผ้าพื้นเมือง ทั้งผ้ามัดหมี่ ผ้าไหม เพราะว่าบรรพบุรุษได้สอนเรื่องการทอผ้ามานาน ตนเลยมีความรู้ซึมซับเรื่องทำมา หากินได้  จึงหันมาทอผ้ากเพื่อหารายได้เสริมในช่วงเดือนพฤศจิกายน ที่ขึ้นชื่อมาก ผ้าไหมสุรินทร์ ลายนกยูงและลายตำปูน ซึ่งผ้าทอแต่ละผืนต้องมีความพยามยาม อดทน และขยันพอควร กว่าที่จะได้ผ้าทอมาสักหนึ่งผืนที่แล้วเสร็จสมบูรณ์ขายให้กับพ่อค้าในตัวเมือง

 “เรื่องความรู้งานทอผ้า ทางพัฒนาชุมชนในท้องถิ่นมาให้ข้อมูลความรู้เพิ่มเติมกับกลุ่มสตรีทอผ้าในชุมชน ที่มีการรวมตัวกันในแต่ละท้องถิ่น มีการจัดอบรมให้บ้าง  ซึ่งการหาเวลามาทอผ้าต้องใช้เวลายามว่างวันละ 2-3 ชั่งโมง จากนั้นไปทำเกษตรต่อ เลี้ยงวัว หาหญ้าให้วัว  ซึ่งทอผ้าเราทำเป็นงานอดิเรกกัน พอทอเสร็จได้เป็นผ้าผืน จะมีคนมาซื้อต่อไปขายในเมืองอีกทอดหนึ่ง มีรายได้ประมาณ2,000 กว่าบาทต่อผืน ขึ้นอยู่กับลวดลาย ความยากง่าย แต่ผ้าไหมสุรินทร์ ถึงยังไรก็ขายได้ เพราะขึ้นชื่อมาก” สุวรรณ กล่าว

สำหรับตลาดผ้าไหมสุรินทร์ ค่อนข้างเป็นที่นิยมกันมากในวงการแฟชั่นผ้า ด้วยความที่มีลวดลายสวยงาม แต่ถึงกระนั้น น่าเสียดายกลุ่มแม่บ้านที่ทำการทอผ้าในชุมชน ไม่ค่อนจะมีเวลากัน จึงทำให้ไม่เพียงพอกับความต้องการตลาดบางช่วง เพราะว่าพ่อค้าบางคนที่ซื้อผ้าไหมไปขาย จะได้ราคาดี มีกำไรงาม

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

5 ปีสู่ความสำเร็จ!สวนปาล์ม “ลุกมาน การียา”อดีตสมาชิกสภา ดูแลรักษาเอาใส่ใจดุจคนในครอบครัว

"ลุกมาน การียา"อดีตสมาชิกสภาจังหวัด เขต 3 ได้ผันตัวมาเป็นเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน โดยเริ่มทำสวนปาล์มตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2564 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลาประมาณ 5 ปี ก้าวสู่ความสำเร็จยั่งยืนจากแนวทางการทำสวนของเขาที่ ให้ความสำคัญกับการเลือกพันธุ์ การกำหนดระยะปลูก การใส่ปุ๋ย และการดูแลรักษาสวนอย่างสม่ำเสมอ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ต้นปาล์มเจริญเติบโตแข็งแรงและสามารถให้ผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง สวนปาล์มแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณเลขที่ 108 ถนนโต๊ะลือแบ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส มีพื้นที่ปลูกประมาณ 60...