หน้าแรกข่าวล่าสุดสมาคม-ฟีฟ่า ติวเข้ม44เยาวชน "ค้นหาชบาแก้ว" ที่ชลบุรี

สมาคม-ฟีฟ่า ติวเข้ม44เยาวชน “ค้นหาชบาแก้ว” ที่ชลบุรี

-

เยาวชนจากโครงการ FA Thailand Talent ID ในภารกิจ ค้นป่าหาชบาแก้ว ลงฝึกซ้อม ณ พัฒนา สปอร์ต รีสอร์ท จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นการเข้าแคมป์เก็บตัวระยะสั้น ครั้งแรก ในการคัดเลือกขั้นตอนสุดท้ายก่อนจะเป็นนักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี

สำหรับ โครงการดังกล่าว ทางสมาคมฯ ได้จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องโดยได้เดินทางไปทั้งหมด 7 โซน และได้ฐานข้อมูลเด็กผู้หญิงรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี มากว่า 800 ราย และทางสตาฟฟ์โค้ชได้มีการคัดเลือกให้เหลือ 44 ราย เพื่อเข้าแคมป์ในครั้งนี้

ล่าสุด นักกีฬาทั้งหมดได้ลงฝึกซ้อม ณ พัฒนาสปอร์ต รีสอร์ท จังหวัดชลบุรี เป็นวันที่ 2โดยมี Kelly Cross ตำแหน่ง FIFA High performance specialist พร้อมด้วย ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน อุปนายกสมาคมฯ, อาจารย์ทรงยศ กลิ่นศรีสุข ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค, เชน ขำวิลัย หัวหน้าฝ่ายอบรม และ สเกาท์ในโครงการ ค้นป่าหาชบาแก้ว อีก 3 ราย ประกอบไปด้วย ธิดารัตน์ วิวาสุขุ, สมหญิง อินทรกำแหง และ ดวงนภา ศรีตะลา เข้าร่วมฝึกซ้อมและควบคุมทีม

ซึ่งในการฝึกซ้อมของวันที่ 17 ตุลาคม แบ่งเป็น 4 ช่วง เป็นทฤษฎี 2 ครั้งและปฏิบัติ 2 ครั้ง คือ กิจกรรมช่วงเช้า เป็นการฝึกซ้อมโดยเน้นในเรื่องการรับ-ส่งบอล, การครอบครองบอล และการฝึกซ้อมแบบแยกตามตำแหน่ง ก่อนที่ช่วงบ่าย การอบรมเรื่องหลักการในการเล่นเกมรับ-เกมรุก, ช่วงเย็น เป็นการฝึกซ้อมแบบลงเกม 11ต่อ11 ปิดท้ายที่ช่วงค่ำ การอบรมในหัวข้อการป้องกันอาการบาดเจ็บ

โดยหลังจากนี้ 44 เยาวชนโครงการทาเลน์ไอดี จะเก็บตัวฝึกซ้อมและเข้ารับการอบรมที่ พัฒนา สปอร์ต รีสอร์ท จังหวัด ชลบุรี ต่อไปจนถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2567

และจะมีการคัดเลือกนักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย U17 ชุดแรก และเตรียมทีมต่อเนื่องเพื่อเตรียมเเข่งขัน 2 รายการสำคัญ คือ การเเข่งขันรายการ AFC Asian Cup U-17 รอบคัดเลือกช่วงแรก เมษายน – พฤษภาคม, ช่วงที่สอง สิงหาคม และรายการเเข่งขันต่อไปที่เป็นหมายของชบาแก้วชุดนี้คือ การเเข่งขัน FIFA U-17 Women’s World cup หรือฟุตบอลโลกหญิงรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ในปี 2026 ต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...