หน้าแรกข่าวล่าสุดถอดรหัสโมเดลธุรกิจ“ดิ ไอคอน VS เมจิก สกิน”ชะตากรรมที่เหมือนกัน

ถอดรหัสโมเดลธุรกิจ“ดิ ไอคอน VS เมจิก สกิน”ชะตากรรมที่เหมือนกัน

-

หากเอ๋ยถึงบริษัท ดิ ไอคอนกรุ๊ป จำกัด กลายเป็นโมเดลธุรกิจที่สั่นสะเทือนไปทุกวงการ โดยนำรูปแบบของธุรกิจออนไลน์มาผสมผสานกับการตลาดแบบขายตรง ผ่านการถ่ายทอดจากตัวพรีเซนเตอร์ชื่อดัง ที่ควักมือเรียกลูกข่ายลูกทีมให้มาร่วมลงทุน แม้ Big BOSS จะนั่งยัน นอนยัน เน้นย้ำทุกอีเว้นต์ที่มีการจัดงานของ “ดิ ไอคอน” ว่า “ดิ ไอคอน ไม่ใช่ธุรกิจขายตรง”

แต่หากไปดูไส้ใน กลับนำรูปแบบการทำตลาดแบบขายตรง มาจูงใจให้ลูกข่ายลูกทีมเอาเงินมาร่วมลงทุน ด้วยการนำเสนอผลตอบแทนทั้งการจ่ายตามโครงสร้างแผนรายได้ และยอด All Sell มาล่อ!! ที่สำคัญเน้นย้ำให้สมาชิกทุกคนไม่ต้องขายสินค้า แต่ให้เน้นการสร้างทีม เพื่อสร้างรายได้

อย่างไรก็ตามหากถอดรหัสโมเดลธุรกิจดังกล่าว ไม่ใช่มีเฉพาะ “ดิ ไอคอน” เท่านั้น ก่อนหน้านี้ก็เคยมีหลายบริษัทนำรูปแบบของการจ่ายผลตอบแทน และการใช้ดารานักแสดงชื่อดังมาสร้างความมั่นใจให้กับลูกข่ายลูกทีม แถมยังมีองค์กรภาครัฐคอยหนุนหลัง คอยคอนเฟิร์ม เพื่อเป็นใบเบิกทางสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสังคม อย่าง “เมจิก สกิน” ซึ่งก็ได้รับผลของกรรมนั้นแล้ว

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2561 “เมจิก สกิน” ก็เคยใช้กลยุทธ์ที่ดึงคนดังเซเลบ และเน็ตไอดอล มาสร้างความเชื่อ อวดอ้างเกินจริง สร้างความเสียหายหลายร้อยล้านบาท เล่นเอาทุกวงการปั่นป่วนไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์, ธุรกิจบันเทิง, ธุรกิจ MLM และธุรกิจอื่นๆ ได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน

อุทาหรณ์!! เคสของ “ดิ ไอคอน” เชื่อว่า น่าจะไม่ใช่ เคสสุดท้ายที่จะเกิดขึ้น เพราะตราบใดที่คนยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจที่มากพอ และยังมีความโลภ เชื่อว่าธุรกิจในลักษณะนี้ก็จะเกิดมาอีกไม่รู้จักจบ จักสิ้นอย่างแน่นอน!!

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...