หน้าแรกข่าวล่าสุด"ทอ.-กู้ภัย" ระดมเรือช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเชียงใหม่

“ทอ.-กู้ภัย” ระดมเรือช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเชียงใหม่

-

“กองทัพอากาศ-ทีมกู้ภัย” ระดมเรือช่วยลำเลียงผู้ประสบภัยน้ำท่วมเชียงใหม่ หลังบางจุดยังมีน้ำท่วมสูง รถเล็กยังไม่สามารถใช้สัญจรได้

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ระดับน้ำปิงจะลดลงต่อเนื่องตลอดทั้งวัน แต่หลายพื้นที่ใน อ.เมืองเชียงใหม่ ยังคงมีน้ำท่วมสูงและยังมีผู้ประสบภัยอีกจำนวนมากที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยบริเวณถนนมหิดล ต.ท่าศาลา และชุมชนสองฝั่งถนนมีน้ำท่วมสูง รถขนาดเล็กใช้เส้นทางไม่ได้และมวลน้ำขยายพื้นที่เข้าท่วมเป็นบริเวณกว้างในสำนักสงฆ์มิ่งมงคลสันทราย หมู่บ้านสันทรายดอนจั่น หมู่บ้านปาล์มสปริงซิตี้แอนด์รีสอร์ท หมู่บ้านมงฟอร์ตวิลลา น้ำท่วมสูงกว่า 1.50 เมตร

ขณะที่ชาวบ้านหลายร้อยคน ยังติดอยู่ในบ้านและต้องการความช่วยเหลือ อาสาสมัครกู้ภัยได้ระดมเรือและเจ็ตสกีเข้าไปขนลำเลียงคนออกมาด้านนอก ขณะที่กองทัพอากาศส่งรถบรรทุกยูนิม็อกช่วยลำเลียงคนและส่งอาหารน้ำดื่มกันตลอดทั้งวัน

สำหรับจุดนี้ ถือเป็นหนึ่งในจุดที่ได้รับผลกระทบหนักในมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ไม่ถูกน้ำท่วมมานานหลายสิบปีทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่คาดไม่ถึงและไม่ทันได้เตรียมตัว ล่าสุดทางจังหวัดเตรียมทุบแบริเออร์ปูนบนถนนมหิดลบางช่วงที่เป็นอุปสรรคขวางทางน้ำ เพื่อเปิดทางให้น้ำที่ท่วมขังไหลระบายได้เร็วขึ้น

ส่วนพื้นที่ชั้นในอย่าง “ไนท์บาซาร์” ถนนช้างคลาน ถนนเจริญประเทศ ชุมชนป่าพร้าวนอก ยังคงมีน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ระดับน้ำค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ

นอกจากนี้ น้ำยังแผ่ขยายเข้าท่วมถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่ – ลำปาง (ขาเข้าเชียงใหม่) ช่วง อ.สารภี และบริเวณต่างระดับดอนจั่น อ.เมือง ทำให้แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 ต้องประกาศปิดเส้นทาง

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำปิงที่สถานี P1 เชิงสะพานนวรัฐ ลดลงต่อเนื่องหลังจากผ่านจุดสูงสุดที่ 5.30 เมตร เมื่อ 03.00 น. ที่ผ่านมา ตลอดทั้งวันลดลงเฉลี่ยชั่วโมงละ 5 เซนติเมตร ล่าสุด 13.00 น. เหลือ 4.75 เมตร คาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาในพื้นที่อำเภอเชียงดาวและอำเภอแม่แตง แม่น้ำปิงจะลดต่ำกว่าจุดวิกฤตที่ 3.70 เมตร ในเวลาประมาณ 08.00 น. วันพรุ่งนี้.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...