หน้าแรกข่าวล่าสุดน้ำปิงล้นตลิ่งทะลักท่วม "ไนท์บาซาร์"เชียงใหม่ สำลักน้ำซ้ำรอบ 2

น้ำปิงล้นตลิ่งทะลักท่วม “ไนท์บาซาร์”เชียงใหม่ สำลักน้ำซ้ำรอบ 2

-

เชียงใหม่วิกฤต “ไนท์บาซาร์” น้ำท่วมครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์ ระดับน้ำสูงกว่า 60 เซนติเมตร ร้านค้ามากกว่า 300 แห่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดเชียงใหม่ครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์ ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง น้ำปิงล้นตลิ่งเข้าท่วมย่านการค้าไนท์บาซาร์ พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญในอำเภอเมืองเชียงใหม่อีกครั้งในรอบสัปดาห์ ระดับน้ำสูงกว่า 60 เซนติเมตร รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ร้านค้าในย่านนี้ที่มีมากกว่า 300 แห่ง ได้รับผลกระทบอย่างหนักต้องปิดกิจการอีกครั้งทั้งที่เพิ่งฟื้นฟูทำความสะอาดได้เพียง 5 วัน

ทั้งนี้ในช่วงกลางดึกที่ผ่านมาน้ำปิงเพิ่มสูงสุดที่ 4.81 เมตร ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำสองฝั่งแม่น้ำ ซึ่งในครั้งนี้พบว่าพื้นที่น้ำท่วมขยายวงกว้างมากกว่าเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา จุดลึกสุดยังคงเป็นชุมชนป่าพร้าวนอก ตำบลป่าแดด ที่มีน้ำท่วมขังเกือบ 2 เมตร ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนัก

นอกจากในตัวเมืองเชียงใหม่แล้ว ยังมีรายงานว่าหลายอำเภอเกิดน้ำป่าหลากท่วม ทั้งอำเภอแม่ริม อำเภอแม่แตง อำเภอเชียงดาว โดยมีน้ำท่วมขังถนนสายหลักระหว่างอำเภอจนทำให้รถเล็กไม่สามารถผ่านได้หลายจุด นอกจากนี้ยังมีดินภูเขาสไลด์ปิดเส้นทางหลายเส้นทางด้วยเช่นกัน มีทั้งเส้นทางระหว่างอำเภอแม่แตงไปอำเภอปายจังหวัดแม่ฮ่องสอน และอำเภอแม่ริมไปสู่อำเภอแม่แตง

สำหรับสถานการณ์ล่าสุดยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากตลอดทั้งคืนที่ผ่านมามีฝนตกหนักในพื้นที่ทางตอนเหนือ อำเภอเชียงดาวและอำเภอแม่แตง ทำให้นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่คาดการณ์ว่ามวลน้ำก้อนใหม่จะเคลื่อนตัวถึงตัวเมืองเชียงใหม่ในอีกประมาณ 8 ชั่วโมงข้างหน้า ทำให้มีโอกาสสูงที่จะทำให้แม่น้ำปิงเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ซึ่งจะส่งผลให้สถานการณ์น้ำท่วมในเขตตัวเมืองวิกฤตมากขึ้นกว่านี้.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...