หน้าแรกข่าวล่าสุดสมาคมฯตั้ง "วิจารณ์" เฮคโค้ชกำปั้น หวังเจ้าเหรียญทองซีเกมส์

สมาคมฯตั้ง “วิจารณ์” เฮคโค้ชกำปั้น หวังเจ้าเหรียญทองซีเกมส์

-

สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย แต่งตั้ง พ.ต.ท.วิจารณ์ พลฤทธิ์ เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทั้งทีมชายและหญิง นำทีมสู่เป้าหมายทั้งเจ้าเหรียญทองซีเกมส์ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพปีหน้าและ เหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ปี2026ที่ญี่ปุ่น

เมื่อวานนี้ ( 3 ต.ค.)ที่ศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติ มวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี พล.อ.อ.ระพีพัฒน์ หลาบเลิศบุญ ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย พล.ท.อุชุกร สาครนาวิน และ นายวินัย รอดจ่าย กรรมการบริหารสมาคมฯ เดินทางมาปฐมนิเทศทีมผู้ฝึกสอนมวยและนักมวยชายหญิงที่เพิ่งเข้าแคมป์ฝึกซ้อมหลังจากจบภาระกิจแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ฝรั่งเศสด้วย 1 เหรียญทองแดง จากจันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง

สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย แต่งตั้ง พ.ต.ท. วิจารณ์ พลฤทธิ์  เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทั้งมวยชายและหญิง พร้อมกันนี้ ได้มีมอบนโยบายและเป้าหมายในการแข่งขันรายการสำคัญเช่น ซีเกมส์ปีหน้าที่ไทยเป็นเจ้าภาพช่วงปลายปี ต้องได้ 9 เหรียญทอง ขณะที่เอเชี่ยนเกมส์ที่ญี่ปุ่นปี2026 และโอลิมปิกเกมส์ปี 2028ที่สหรัฐ ต้องมีเหรียญทอง

นอกจากนี้สมาคมฯยืนยันจะส่งนักมวยแข่งขันทั้ง2องค์กรไม่ว่าจะเป็นไอบีเอ หรือเวิล์ดบ็อกซิ่ง ขึ้นอยู่กับความชัดเจนของโอลิมปิคไทย

ด้านพ.ต.ท. วิจารณ์  พลฤทธิ์ หัวหน้าสต๊าฟโค้ชทีมชาติไทยป้ายแดง เผยว่าการควบมวยชายและหญิง ตัวเองได้ปรับเปลี่ยนนักมวยและผู้ฝึกสอน เพื่อให้เหมาะสม ส่วนการทำมวย จะเน้นนำวิทยาศาสตร์การกีฬามาสร้างสมรรถภาพร่างกายนักมวยควบคู่กับทักษะมวยสากล  และจะประเดิมส่งนักมวยไปชกต่างประเทศปลายปีนี้คือรายการชิงแชมป์เอเชียที่จอร์แดน และมวยสากลเยาวชนชิงแชมป์โลก ที่จัดโดยเวิล์ด บ็อกซิ่ง ที่โคโลราโด สหรัฐ

ขณะที่ พล.อ.อ.ระพีพัฒน์ หลาบเลิศบุญ ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคสมาคมกีฬามวยสากลเผยว่า มวยสากล ในยุคที่ยังไม่มีความชัดเจนว่า องค์กรไหน ระหว่าง ไอบีเอ หรือ ไอบ้า กับ เวิล์ด บ็อกซิ่ง องค์กรใหม่ ใครจะได้รับไฟเขียวจาก คณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ ไอโอซี เข้ามาจัดมวยสากลในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์

โดยขณะนี้ สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย มีแผนจะส่งนักมวยชกคู่ขนานกับ 2 องค์กรในปีนี้คือ มวยสากลชิงแชมป์เอเชีย ที่จอร์แดน และมวยสากลเยาวชนชิงแชมป์โลก ที่จัดโดยเวิล์ด บ็อกซิ่ง ที่โคโลราโด สหรัฐอเมริกา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...