หน้าแรกข่าวล่าสุดร้านขายข้าวสารขอนแก่นคึกคัก คนจนกดเงินหมื่นซื้อยกกระสอบตุนไว้กิน

ร้านขายข้าวสารขอนแก่นคึกคัก คนจนกดเงินหมื่นซื้อยกกระสอบตุนไว้กิน

-

ภายหลังจากที่รัฐบาลได้ทยอยจ่ายเงินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ จำนวน 10,000 บาท พบว่า ร้านค้าต่างๆในเขต จ.ขอนแก่น คึกคักอย่างมาก โดยเฉพาะที่ร้าน ร้านอำนวยค้าข้าว เขตเทศบาลนครขอนแก่น มีลูกค้ามาซื้อข้าวสารทั้งข้าวสารเหนียวและข้าวหอมมะลิและข้าวจ้าวแบบยกกระสอบเป็นจำนวนมาก

นางอำนวย มาซา อายุ 63 ปี เจ้าของร้านอำนวยค้าข้าว กล่าวว่า มีลูกค้าหน้าใหม่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเท่าที่สังเกตุพบว่า จะขายดีในช่วงเช้า โดยวันนี้ถือว่าขายดีขึ้นอีกจากเมื่อวาน เนื่องจากคนได้รับเงินหมื่นแล้วมาซื้อข้าวสารกันอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าบางคนจากเดิม ซื้อครั้งละ 1-2 กก. ก็เปลี่ยนซื้อแบบเป็นกระสอบ”ซึ่ง นอกจากข้าวแล้วยังพบว่ามีการซื้อถ่านแบบกระสอบด้วย ซึ่ง จากการสอบถามลูกค้าหน้าใหม่ที่มาซื้อเยอะพบว่าพึ่งได้เงิน 10,000 บาทและตัดสินใจมาซื้อข้าวสารกันก่อนเป็นอันดับแรก ทั้งนี้โดยส่วนตัวมั่นใจว่าโครงการดังกล่าวนี้กระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี และถ้าได้จนครบทุกคนที่มีสิทธิ์ ก็น่าจะทำให้คนมาจับจ่ายเยอะมากกว่าเดิมขึ้นอีก ซึ่งร้านก็ต้องจัดเตรียมสินค้าไว้ให้บริการและเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า”

ขณะที่บรรยากาศตามร้านค้าที่เข้าโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ที่รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พบว่าบรรยากาศยังคงเงียบเหงา โดยเฉพาะที่ร้านฟ้ามหานิล ตั้งอยู่ภายในหมู่บ้าน บ้านหนองไฮ ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ยังคงเงียบเหงา

นายวิฑูรณ์ ชัยลิ้นฟ้า อายุ33ปี เจ้าของร้านฟ้ามหานิล กล่าวว่า ช่วงแรกๆนี้คาดว่าจะยังเงียบอยู่ เพราะเงินที่เข้าเป็นเงินสด ช่องทางความต้องการของลูกค้าจึงมีสิทธิ์กว้างมากขึ้น มากกว่ากลุ่มที่เป็นของสวัสดิการประชารัฐที่โดนผูกเข้ามาในบัตรแล้วต้องมาใช้ในร้านค้าเท่านั้น จึงขึ้นกับความพึงพอใจของแต่ละคนว่าจะไปใช้จ่ายอะไร ทำให้ลูกค้ากระจายออกไปทั้งหมด ไ ซึ่งเงินที่ได้นั้นสามารถนำไปใช้จ่ายทั้งจ่ายหนี้สิน หรือเพื่อสิ่งอื่นที่คิดว่าจำเป็นในชีวิตของแต่ละคน ส่วนในอนาคตหากรัฐบาลมีนโยบายจ่ายในเฟสต่อๆไปมากขึ้น ทางร้านอาจมีการสต๊อกของเพื่อรองรับกับคนที่มากขึ้น

“ปัจจุบันไม่ได้สั่งของมาสต๊อกแต่อย่างใด ก่อนหน้านี้ที่นโยบายยังไม่ชัดเจนว่าจ่ายเป็นเงินสด ตนเองเชื่อว่าทุกร้านที่เข้าร่วมโครงการ และคิดจะร่วม ต่างคาดหวังถึงยอดซื้อขายที่จะเพิ่มขึ้น แต่พอจ่ายเป็นเงินสด ก็ดีใจกับประชากรกลุ่มรากหญ้าที่ได้รับ และไม่ได้เสียใจ เพราะคิดว่าเงินจะมีการซื้อขาย หมุนเวียนอยู่ในชุมชน เพราะแต่ละคนต่างมีภาระเป็นของตนเอง เมื่อได้เงินมานำไปจ่ายหนี้สิน เงินก็หมุนอยู่ในระบบ แต่มันจะมาถึงเราในรูปแบบใดเราไม่ได้คาดหวัง จึงไม่ผิดหวัง ซึ่งถ้ามันมาถึง มันคือผลพลอยได้ เพราะสุดท้ายก็กระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...