หน้าแรกข่าวล่าสุดยายหัวใจแตกสลายสูญเสีย 2 หลานชายจากกรณีรถบัสมรณะ

ยายหัวใจแตกสลายสูญเสีย 2 หลานชายจากกรณีรถบัสมรณะ

-

อุทัยธานี-ยายเศร้า!!สูญเสียหลานชายถึง 2 คนจากเหตุไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษา ช่วงบ่ายองค์มนตรีเชิญพวงมาลาหน้าหีบศพ

เมื่อเวลา 08.00น.วันที่ 3 ต.ค.67 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม หมู่ 5 ต.ลานสัก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี บริเวณหอประชุมของโรงเรียน เป็นที่ตั้งประกอบพิธีศพของผู้เสียชีวิต จำนวน 23 ราย ซึ่งเดินทางมาจากรุงเทพขบวนสุดท้ายเวลา 02.00น ของเมื่อคืน

โดยบรรยายกาศภายในงานเป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ โดยมีญาติ ๆ ของผู้เสียชีวิต ต่างทยอยเดินทางมาร่วมพิธี ซึ่งญาติของเด็กนักเรียน ผู้เสียชีวิต ต่างไปยืนเคาะโลงศพ แต่ละคน บางรายก็ไปหอมรูปหลานชาย ด้วยน้ำตานองหน้า ส่วนศพคุณครูทั้ง 3 ท่าน เจ้าหน้าที่นำมาตั้งไว้ด้านหน้าของศพเด็กนักเรียน 20 คน ริมหอประชุม

โดยมีคุณป้านุช ขำกระแส กล่าวเหตุการณ์ครั้งนี้ ตนเองได้สูญเสียหลานชายถึง 2 คน ถือว่าเป็นครั้งที่ยิ่งใหญ่มาก โดยตนเองนั้นได้เลี้ยงหลายชายทั้ง 2 คนมา ตั้งแต่เล็ก ซึ่งพ่อเข้ามีอาชีพรับจ้างทั่วไป

ส่วนบรรยากาศรอบพิธี ได้มีโรงทานของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี เขต 2 พร้อมกับ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมกับโรงทานของเจ้าหน้าที่ สนภ.1 นทพ มาบริการให้กับประชาชน ที่มาร่วมงาน ส่วนสถานที่จอดรถ นั้นได้มีเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมพื้นที่ไว้ ขณะที่ฝนตกหนัก

ส่วนในช่วงเวลา 17.00น.ของวันนี้ พลเอกสุรยุทธ์ จุฬานนท์ ประธานองคมนตรี เชิญพวงมาลาพระราชทาน ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ วางหน้าหีบศพผู้เสียชีวิต จากกรณีเหตุการณ์รถบัสทัศนศึกษาของโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม ที่อาคารเอนกประสงค์ โรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม ต.ลานสัก จ.อุทัยธานี ร่วมพิธีสวดพระอภิธรรม พร้อมให้กำลังใจครอบครัว ญาติผู้เสียชีวิต

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ได้ออกประกาศเชิญชวนไปยังส่วนราชการในจังหวัดอุทัยธานี ให้แต่งกายไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตระหว่างวันที่ 2-4 ตุลาคม 2567 ด้วย

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...