หน้าแรกข่าวล่าสุดเริ่มแล้ว!เทศกาลกินเจชลบุรี เชิญเสาเต็งโกแขวนตะเกียง 9 ดวง

เริ่มแล้ว!เทศกาลกินเจชลบุรี เชิญเสาเต็งโกแขวนตะเกียง 9 ดวง

-

เมื่อวานนี้( 2 ตุลาคม 2567) ณ วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม (ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ) ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมพิธีอัญเชิญยกเสาตะเกียง 9 ดวง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นเทศกาลกินเจ และพิธีอัญเชิญองค์กิวอ้วงไตตี่ ประธานพิธีในเทศกาลถือศีลกินเจ โดยนักพรตศาสนาเต๋า สาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องในงานเทศกาลถือศีลกินเจ ประจำปี 2567

ด้วยมูลนิธิรัศมีมณีรัตน์ (ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ) ได้กำหนดจัดงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 1 – 12 ตุลาคม 2567 ณ วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม (ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ) ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี สำหรับพิธีอัญเชิญยกเสาตะเกียง 9 ดวง หรือเสาเต็งโก หรือเสาโกเต้ง หมายถึง ราวไม้ไผ่แขวนตะเกียง 9 ดวง โดยจะแขวนตะเกียงไว้ที่ปลายเสาเต็งโก ให้เป็นสัญลักษณ์แห่งดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ สถิตไว้ตลอดเทศกาลกินเจ หลังจากนั้นจะมีการอัญเชิญองค์กิวอ้วงไตตี่ และอัญเชิญเทพเจ้าทั้ง 9 องค์ มาเป็นเทพประจำพิธี การยกเสาเต็งโก จึงเป็นจุดเริ่มต้นของเทศกาลกินเจ

เสาเต็งโกนั้นจะใช้ต้นไผ่ที่ปลายยอดไม่หัก ความสูงไม่น้อยกว่า 36 ข้อปล้อง สื่อความหมายถึง 36 ชั้นฟ้า มีความเชื่อว่าจะเป็นทางสื่อที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบนจะลงมายังโลกมนุษย์ ปลายยอดเสาจะประดับด้วยธงสีเหลืองผืนเล็ก ประกาศแด่ปีศาจ เปรต อสุรกายน้อยใหญ่ให้มารับส่วนบุญ และยังเป็นการประกาศแด่เทพเจ้าให้มารับทราบงานบุญที่ยิ่งใหญ่นี้ และยังมีธงอีกผืนที่ปลายส่วนย่อ ซึ่งเป็นธงขององค์กิ่วอ๋องไต่เต่ นอกจากนี้ยังเชื่อว่า การที่มีการยกเสาเต็งโกนั้น เปรียบเสมือนเสากระโดงเรือ ให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวของผู้ที่เข้าร่วมประเพณีถือศีลกินเจ

 

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...