Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดกรมประมง ดันรายได้ให้ชาวประมงพุ่งถึง 16.09% ปี 68 ขยายเพิ่มอีก 200 ชุมชน

กรมประมง ดันรายได้ให้ชาวประมงพุ่งถึง 16.09% ปี 68 ขยายเพิ่มอีก 200 ชุมชน

-

กรมประมงเผยผลประเมินโครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านประมง ปีงบประมาณ 2567 เพิ่มรายได้ให้องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการฯ ถึงร้อยละ 16.09 ตอกย้ำความสำเร็จ !! หลังเดินหน้าพัฒนาภาคประมงทุกมิติตลอดระยะเวลา 5 ปี ได้กว่า 3,156 องค์กร ผลการดำเนินงานพุ่งกระฉูดทะลุเป้าต่อเนื่อง ตอบโจทย์การดำเนินนโยบายภาครัฐของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการส่งเสริมการประกอบอาชีพและบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำสู่ความมั่งคั่งและยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานโครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มผลิตด้านการประมง ซึ่งกรมประมงได้เร่งขับเคลื่อนตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการส่งเสริมพัฒนาอาชีพให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวประมงควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากมุ่งสู่ความมั่งคั่งและยั่งยืน โดยในปีงบประมาณ 2567 กรมฯ ได้วางเป้าหมายการส่งเสริมพัฒนาองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นไว้จำนวน 200 องค์กร ใน 5 ด้านการทำประมง ประกอบด้วย 1) ด้านประมงทะเลชายฝั่ง 74 องค์กร 2) ด้านประมงทะเลนอกชายฝั่ง 1 องค์กร 3) ด้านประมงน้ำจืด 50 องค์กร 4) ด้านการแปรรูปสัตว์น้ำ 37 องค์กร และ 5) ด้านเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 38 องค์กร โดยองค์กรที่เข้าร่วมโครงการฯ จะต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 อีกทั้งต้องสามารถเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนได้ 30 ชุมชน ภายใต้วงเงินงบประมาณ 25.140 ล้านบาท


จากการติดตามประเมินผล พบว่า กรมประมงสามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการฯ ดังกล่าว ได้เกินกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างมาก โดยมีองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรและพัฒนาอาชีพรวม 200 องค์กร และองค์กรที่เข้าร่วมโครงการฯ มีรายได้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 16.09 ซึ่งมีผลการประเมินรายได้ใน 5 ด้านการทำประมง ดังนี้
1. ด้านประมงทะเลชายฝั่ง เพิ่มขึ้น ร้อยละ 11.66
2. ด้านประมงทะเลนอกชายฝั่ง เพิ่มขึ้น ร้อยละ 24.21
3. ด้านประมงน้ำจืด เพิ่มขึ้น ร้อยละ 22.12
4. ด้านการแปรรูปสัตว์น้ำ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 59.42
5. ด้านเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 17.63


นอกจากนี้ ยังเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยยกระดับชุมชนประมงให้ขึ้นทะเบียนเป็นองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นครบถ้วนทั้ง 30 ชุมชน ใน 3 ด้านการทำประมง ได้แก่ 1) ด้านประมงทะเลชายฝั่ง 5 ชุมชน 2) ด้านประมงน้ำจืด 23 ชุมชน และด้านเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 2 ชุมชน ทั้งนี้ ผลการประเมินความพึงพอใจต่อการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำโดยชุมชนมีส่วนร่วมอยู่ในระดับพอใจมากที่สุด คิดเป็นร้อยละเฉลี่ยถึง 86.69 ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จในความมุ่งมั่นของกรมประมงในการพัฒนาองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องตลอดมา นับตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการฯ เมื่อปี 2562 จนปัจจุบัน มีองค์กรประมงท้องถิ่นที่ขึ้นทะเบียนกับกรมประมงรวม 3,156 องค์กร

รองอธิบดีกรมประมง กล่าวในตอนท้ายว่า ในปีงบประมาณ 2568 กรมประมง ยังคงเดินหน้าดำเนินโครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านประมงต่อไป ตามบทบัญญัติแห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 มาตรา 25 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีเป้าหมายองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรประมงและพัฒนาอาชีพ 200 องค์กร และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน 30 ชุมชน ในพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสนับสนุนชุมชนประมงท้องถิ่นในการบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน พร้อมสนับสนุนให้มีการรวมกลุ่ม และจัดให้มีการขึ้นทะเบียนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น เพื่อนำไปสู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง สามารถพัฒนาศักยภาพของสมาชิกองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นให้ประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง รวมถึงบริหารจัดการแหล่งน้ำในชุมชนให้เป็นแหล่งผลิตสัตว์น้ำที่สร้างอาชีพสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้เกษตรกรชาวประมงในระยะยาวต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

มันสมองสองมือพลิกดินทรายแห้งแล้ง สร้างสวนทุเรียน เนื้อครีมมี่ เปลือกบาง เม็ดลีบ

ใครจะไปเชื่อว่าพื้นที่ดินทรายอันแห้งแล้งในภาคอีสานจะสามารถเนรมิตให้กลายเป็นสวนทุเรียนเกรดพรีเมียมได้สำเร็จ แต่นางนงนุช ศุภคุณากร อายุ 53 ปี เกษตรกรเจ้าของ "ฟาร์มทุเรียนคุณปู่" ตั้งอยู่ที่บ้านหนองไม้ตาย ตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนนครราชสีมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วด้วยผลสำเร็จในการพลิกฟื้นผืนดินทรายกว่า 50 ไร่ ให้กลายเป็นแหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพเยี่ยมเกือบ 500 ต้น ซึ่งในฤดูกาลนี้พร้อมเปิดสวนต้อนรับนักท่องเที่ยวและคอทุเรียนให้ได้มาลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ นางนงนุช เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของฟาร์มทุเรียนคุณปู่ว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ผืนดินตรงนี้เดิมทีคุณปู่เคยใช้ปลูกต้นสักมาก่อนแต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากต้นสักยืนต้นตายทั้งหมด...