หน้าแรกข่าวล่าสุดมทส.ชูโมเดล "ฟาร์มไข่ผำ"เพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์เจาะตลาดโลก

มทส.ชูโมเดล “ฟาร์มไข่ผำ”เพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์เจาะตลาดโลก

-

นครราชสีมา – มทส.เปิดตัว “ฟาร์มไข่ผำต้นแบบระดับอุตสาหกรรม” ขนาดกลางและใหญ่ยกระดับและเพิ่มมูลค่าไข่ผำเพื่อการผลิตโปรตีนทางเลือกสู่ Super Food เจาะตลาดโลก

รศ. ดร.อนันต์ ทองระอา อธิการบดี พร้อมด้วย ผศ. ดร.อารักษ์ ธีรอำพน อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตพืช สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร เปิดตัว“ฟาร์มไข่ผำต้นแบบระดับอุตสาหกรรม”ที่อาคารเกษตรภิวัฒน์ ฟาร์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ขนาดกลางและขนาดใหญ่ซึ่งจะทำให้ได้ไข่ผำ สด สะอาด ได้มาตรฐาน ปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ซึ่งปัจจุบันไข่ผำถูกมองเป็น Super Food Future Crop เพราะมีฤทธิ์ทางเภสัชมากและคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะโปรตีนและวิติมิน บี 12 ซึ่งไม่พบในพืชชนิดอื่น

ทั้งนี้หากเลี้ยงด้วยเทคโนโลยีที่ มทส. แนะนำสามารถให้โปรตีนสูงถึง 61.7% ของน้ำหนักแห้ง ไข่ผำเป็นพืชน้ำที่จัดการด้านเขตกรรมได้ง่าย ศัตรูน้อย แตกหน่อเร็ว อายุเก็บเกี่ยวสั้น จึงทำรอบเลี้ยงได้ง่ายและได้ถี่ หากผู้เลี้ยงมีการจัดการฟาร์มและการตลาดที่ดีจะสามารถคืนทุนได้ในระยะเวลาอันสั้น ไข่ผำเหมาะเป็นโรงงานผลิตพืชอาหารโปรตีนสูงสำหรับครัวเรือน ชุมชน และอุตสาหกรรมอาหารทั้งในระดับชุมชน ภูมิภาพ ประเทศ และโลก

สำหรับไข่ผำหรือบางพื้นที่อาจเรียกไข่น้ำนั้นใช้เวลาในการเจริญเติบโตประมาณ 14 วัน ก็สามารถเก็บผลผลิตได้แล้ว อีกทั้งไข่ผำนั้นยังเป็นที่นิยมในหลายพื้นที่โดยเฉพาะภาคอีสานที่นิยมกินสามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนูทั้งไข่เจียว ต้มยำ ผัดผัก หรือจะนำมาใส่โรยหน้าบนอาหารก็สามารถทำได้และโดยเฉพาะอย่างยิ่งแกงไข่น้ำหรือแกงไข่ผำที่ชาวบ้านนิยมทำกินกันในครอบครัว.

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ//นครราชสีมา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...