Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดกรมประมงจับมือ กฟผ.ติดตั้งโซลาร์เซลล์ทุ่นลอยน้ำ นำร่องจังหวัดภูเก็ต

กรมประมงจับมือ กฟผ.ติดตั้งโซลาร์เซลล์ทุ่นลอยน้ำ นำร่องจังหวัดภูเก็ต

-

นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง พร้อมด้วย นายประพันธ์ ลีปายะคุณ รองอธิบดีกรมประมง ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง การวิจัยและพัฒนาติดตั้งโซลาร์เซลล์ทุ่นลอยน้ำและระบบยึดโยงในทะเล ร่วมกับนายทิเดช เอี่ยมสาย รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)ณ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ตำบลบางกรวย อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี โดยความร่วมมือดังกล่าวฯ จะทำให้เกิดโครงการศึกษาหรือวิจัยร่วมกันด้านวิศวกรรมระบบยึดโยงสำหรับทุ่นลอยน้ำและเทคโนโลยีพลังงาน การพัฒนาด้านการผลิตพลังงานไฟฟ้าสำหรับกรมประมงในพื้นที่ทะเลและชายฝั่ง เพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การศึกษาผลกระทบต่อสัตว์น้ำและระบบนิเวศในบริเวณพื้นที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ทุ่นลอยน้ำและบริเวณใกล้เคียง รวมถึงการพัฒนาด้านนวัตกรรมใหม่อื่น ๆ เพื่อสนับสนุนให้เกิดความมั่นคงทางด้านพลังงานและด้านอาหารของประเทศ

นายประพันธ์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า การร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง การวิจัยและพัฒนาติดตั้งโซลาร์เซลล์ทุ่นลอยน้ำและระบบยึดโยงในทะเลในวันนี้ นับเป็นการทำงานร่วมกันของสององค์กรระดับประเทศโดยกรมประมงจะให้การสนับสนุนข้อมูล องค์ความรู้ และทรัพยากรที่เกี่ยวข้องในการดำเนินโครงการศึกษาหรือวิจัยร่วมกันและดำเนินการขับเคลื่อนการนำผลงานการศึกษาหรือวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ด้านการประมงของประเทศ โดยเริ่มนำร่องที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งภูเก็ต ซึ่งคาดว่าจะใช้พื้นที่ในการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนทุ่นลอยน้ำในทะเลประมาณ 2 – 3 ไร่ กำลังการผลิตประมาณ 100 – 150 กิโลวัตต์ นับเป็นก้าวสำคัญของวงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งในการขับเคลื่อนการเข้าสู่สังคมแห่ง “คาร์บอนต่ำ” ที่เป็นกระแสในปัจจุบัน และเป็นแนวโน้มความต้องการของตลาดในอนาคตอันใกล้อีกด้วย

นายบัญชา อธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า การวิจัยและพัฒนาติดตั้งโซลาร์เซลล์ทุ่นลอยน้ำและระบบยึดโยงในทะเล ที่จะดำเนินการร่วมกันระหว่างกรมประมงและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งจะช่วยส่งเสริมศักยภาพของทั้ง 2 หน่วยงาน และบุคลากรในการพัฒนาความสามารถด้านการวิจัยและด้านเทคโนโลยีพลังงาน ในพื้นที่ทะเลและชายฝั่ง ซึ่งจะเกิดนวัตกรรมด้านการผลิตและจ่ายพลังงานไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในการผลิตสัตว์น้ำของกรมประมง ตลอดจนเกษตรกรชาวประมง ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง และการพัฒนาอุตสาหกรรมประมง ตามนโยบายของศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งสานต่อนโยบายเดิมในการขับเคลื่อนงาน

ด้านการเกษตร โดยมุ่งเน้นการจัดการทรัพยากรทางเกษตร ด้วยการทำการเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการอำนวยความสะดวกด้านการเกษตร โดยผลักดันนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” นอกจากนี้ จะเกิดโครงการศึกษาหรือวิจัยร่วมกันด้านทรัพยากรทางทะเล สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศบริเวณพื้นที่โครงการศึกษาหรือวิจัยและพื้นที่บริเวณโดยรอบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการประชาสัมพันธ์และสื่อสารสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ความมั่นใจให้กับชุมชนต่อไป และในอนาคตมีการขยายความร่วมมือไปยังชุมชน กลุ่มเกษตรกร เพื่อใช้เป็นพลังงานทางเลือกในการลดต้นทุนการผลิตสัตว์น้ำ ทดแทนพลังงานจากฟอสซิลซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก และเป็นสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกในปัจจุบัน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...