Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุด“ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ”จากศรัทธาดั้งเดิมสู่พลังกระแสมูเตลูแห่งโชคลาภยุคใหม่

“ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ”จากศรัทธาดั้งเดิมสู่พลังกระแสมูเตลูแห่งโชคลาภยุคใหม่

-

ในยุคที่ “มูเตลู” กำลังมาแรง การเสริมดวงขอพรเป็นสิ่งที่ใครหลายคนไม่พลาด แต่เมื่อเอ่ยถึง “ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ” จ.เพชรบูรณ์ ที่จัดขึ้นทุกปีในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ณ กลางแม่น้ำป่าสัก “ศรัทธาดั้งเดิมกลับยิ่งทวีพลังความเชื่อความศรัทธามากขึ้น”

การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ในฐานะ เจ้าเมืองเพชรบูรณ์ ทำพิธีตามโบราณประเพณี โดยการอุ้ม “พระพุทธมหาธรรมราชา” พระคู่บ้านคู่เมืองเพชรบูรณ์ ลงประกอบพิธีดำน้ำ เสมือนตอกย้ำว่า พิธีกรรมนี้ในสายตาและมุมมองของชาวเพชรบูรณ์ มีความศรัทธาในพลังแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ต่อพิธีกรรมนี้มากเพียงไร

การถวายเครื่องเซ่นสังเวยต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์  การร่วมกันอธิษฐานขอพรที่ล้ำลึก แฝงไปด้วยการเคารพต่อสิ่งแวดล้อม และการขอพรเพื่อโชคลาภ ปัดเป่าเคราะห์ร้าย โรคภัยไข้เจ็บ และนำพาชีวิตไปสู่ความรุ่งเรือง ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ยิ่งเพิ่มพลังแห่งความความศักดิ์สิทธิ์ ความเข้มขลัง ให้กับพิธีกรรมนี้อย่างมาก

ส่งผลให้หมุดหมายเหล่านักมูเตลูจากทั่วประเทศ ต่างปักหมุดต้องไม่พลาดที่จะเดินทางมาร่วมพิธีนี้ เพราะเชื่อว่า “พิธีอุ้มพระดำน้ำ” จะเสริมดวงให้แข็งแกร่ง และโชคลาภพุ่งกระฉูด การผสมผสานพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ยุคดั้งเดิมกับความเชื่อยุคใหม่ จึงหลอมรวมกันอย่างลงตัว

นายวิศัลย์ โฆษิตานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า พระพุทธมหาธรรมราชา หรืออีกนัยหนึ่งก็คือพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา โดยพระหัตถ์ทรงถือหม้อยาหรือน้ำมนต์เป็นสัญลักษณ์แห่งการคุ้มครองและการรักษา โดยชาวพุทธเชื่อว่าการสวดมนต์และขอพรต่อพระองค์สามารถช่วยให้หายจากโรคภัย และความสำเร็จในชีวิตและหน้าที่การงาน

“พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาจึงเป็นที่เคารพบูชาในกลุ่มผู้ศรัทธาและสายมู ซึ่งตรงกับความเชื่อของคนไทยหรือนานาชาติ ที่นิยมการเสริมดวง เสริมโชคลาถ ผ่านทางศาสนาหรือประเพณีวัฒนธรรมและการมูเตลู” ประธานสภาวัฒนธรรมฯกล่าว

นายวิศัลย์ กล่าวว่า เดิมประเพณีอุ้มพระดำน้ำไม่ได้มาทางสายมูเตลูโดยตรง ที่ผ่านมาเน้นแต่เรื่องพิธีกรรมและความศรัทธา แต่ระยะหลังมีการนำเสนอเรื่องราวพระพุทธรูปองค์นี้เกี่ยวพันกับการรักษาโรคมากขึ้น จึงทำให้เกิดกระแสความสนใจ โดยเฉพาะในหมู่คนดังและเหล่าดารานักแสดงมากยิ่งขึ้น จึงถือเป็นอีกมิติของประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ซึ่งตรงกับใจและรสนิยมของกลุ่มสายมู ที่จะเข้ามากราบขอพร

ด้าน นายเสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชนคนไทย โดยเฉพาะชาวเพชรบูรณ์ต่างมีเลื่อมใสศรัทธาต่อพิธีอุ้มพระดำน้ำเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพียงแต่ช่วงระยะหลังกระแสมูเตลูมาแรง จึงทำให้ ณ วันนี้ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ซึ่งมีกระแสที่สอดคล้องกับกระแสมูเตลู จึงถูกไหลรวมผสมกลมกลืนกันอย่างสนิทแนบแน่น

“ยิ่งระยะหลังกระแสในกลุ่มคนดัง ดารานักแสดง หลังเข้าร่วมพิธีอุ้มพระดำน้ำ เกิดความประสบความสำเร็จสมดั่งคำที่ขอพรไว้ จึงทำให้เรื่องราวประเพณีอุ้มพระดำน้ำ รวมทั้งพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืององค์นี้ ได้ถูกเล่าขานขจรกระจายมากขึ้น จน ณ วันนี้นักท่องเที่ยวสายมูเตลู  มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด” นายเสกสรรกล่าว

โดยสรุป “ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ” และ “กระแสมูเตลู” เป็นการผสมผสานแบบกลมกลืน ระหว่างความเชื่อโบราณกับบุคปัจจุบัน ซึ่งพิธีอุ้มพระดำน้ำ แม้กาลเวลาจะหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปนานขนาดไหนก็ตาม  แต่ ณ ปัจจุบันก็ยังคงรักษาความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ของพิธีดั้งเดิมไว้ การรวมกันของศรัทธาเก่าแก่และความเชื่อใหม่ ได้สร้างแรงดึงดูดที่ยิ่งใหญ่ จนทำให้น่าหลงไหลและติดตาม

สำหรับ กำหนดจัดงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ จ.เพชรบูรณ์ ประจำปี 2567 กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2567 โดยในเช้าวันที่ 1 ตุลาคม จะมีพิธีบวงสรวงพระพุทธธรรมราชาที่วัดไตรภูมิ จากนั้นในช่วงเช้าของวันที่ 2 ตุลาคม จะทำพิธีอุ้มพระดำน้ำตามโบราณประเพณี ณ ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์

ข่าว/ภาพ : สุนทร คงวราคม ผู้สื่อข่าวจังหวัดเพชรบูรณ์

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

มันสมองสองมือพลิกดินทรายแห้งแล้ง สร้างสวนทุเรียน เนื้อครีมมี่ เปลือกบาง เม็ดลีบ

ใครจะไปเชื่อว่าพื้นที่ดินทรายอันแห้งแล้งในภาคอีสานจะสามารถเนรมิตให้กลายเป็นสวนทุเรียนเกรดพรีเมียมได้สำเร็จ แต่นางนงนุช ศุภคุณากร อายุ 53 ปี เกษตรกรเจ้าของ "ฟาร์มทุเรียนคุณปู่" ตั้งอยู่ที่บ้านหนองไม้ตาย ตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนนครราชสีมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วด้วยผลสำเร็จในการพลิกฟื้นผืนดินทรายกว่า 50 ไร่ ให้กลายเป็นแหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพเยี่ยมเกือบ 500 ต้น ซึ่งในฤดูกาลนี้พร้อมเปิดสวนต้อนรับนักท่องเที่ยวและคอทุเรียนให้ได้มาลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ นางนงนุช เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของฟาร์มทุเรียนคุณปู่ว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ผืนดินตรงนี้เดิมทีคุณปู่เคยใช้ปลูกต้นสักมาก่อนแต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากต้นสักยืนต้นตายทั้งหมด...