Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดจับไอซ์ 1 ตัน มูลค่า 3 พันล้านบาท คาด่านตรวจที่ปัตตานี

จับไอซ์ 1 ตัน มูลค่า 3 พันล้านบาท คาด่านตรวจที่ปัตตานี

-

มทภ.4 นำคณะร่วมแถลงจับ “ยาไอซ์” ลอตใหญ่ ของเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ 2 กลุ่มในภาคใต้ ยึดได้ 1,000 กก. คาดมีมูลค่าราว 3,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังยึด “ยาบ้า” ได้อีกกว่า 4 แสนเม็ด

พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค มทภ.4 ผอ.รมน.ภาค 4, พล.ต.ต.นิตินัย หลังยาหน่าย รอง ผบช.ภ.9, นายไชยพร นิยมแก้ว รองผู้ว่าจังหวัดปัตตานี, นายวันชัย เพชรรักษ์ ผอ.สน.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 9 และนายจุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล ผบ.สืบสวนสอบสวน จชต. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ ที่กองกำลังตำรวจ จชต. อ.เมือง จ.ยะลา ทำการจับกุมเครือข่ายพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ จ.ปัตตานี และ จ.นราธิวาส จำนวน 2 กลุ่ม ผู้ต้องหา 9 คน จับกุมได้ที่ด่านตรวจเกาะหม้อแกง ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 67 ที่ผ่านมา พร้อมตรวจยึดยาบ้าได้ 441,760 เม็ด ไอซ์ 1,000 กก. ตรวจยึดทรัพย์ 15 รายการ มูลค่าประมาณ 20,614,000 บาท

นายไชยพร นิยมแก้ว รองผู้ว่าฯ ปัตตานี กล่าวว่า จ.ปัตตานี โดยในส่วนของฝ่ายปกครองจะเข้มงวดเรื่องยาเสพติดไม่ให้ระบาดเข้ามาในพื้นที่ ไม่ว่าการตั้งจุดตรวจและด่านตรวจใดๆ โดยเฉพาะในหมู่บ้าน ตำบลมีเครือข่ายตาสับปะรดช่วยกันเฝ้าระวังจนสามารถจับกุมเครือข่ายค้ายาในครั้งนี้ ทั้งนี้ ไอซ์ จำนวน 1,000 กก. หากส่งออกไปยังประเทศที่สามจะมีมูลค่าราว 3,000 ล้านบาท

ด้าน พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค มทภ.4 ผอ.รมน.ภาค 4 กล่าวว่า นโยบายการแก้ปัญหายาเสพติดใน จชต. เป็นนโยบายที่รัฐกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งตนได้นำเรียนตั้งแต่รับตำแหน่งใหม่แล้วว่า ให้ความสำคัญกับยาเสพติดเป็นลำดับแรก เพราะได้ระบาดหนักสู่ทุกชุมชน และได้มอบนโยบายทุกฝ่ายว่าจะต้องสกัดกั้น ซึ่ง 14 จังหวัดภาคใต้มีเส้นทางหลักและเส้นทางรองหลายเส้นทาง ก็พยายามที่จะคุมทุกพื้นที่ ยาเสพติดที่มาถึงภาคใต้ส่วนใหญ่จะไปประเทศที่สาม อยากให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้ทอดทิ้ง เราดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่บางครั้งต้องใช้เวลาดำเนินการ แต่ครั้งนี้เราใช้เวลาไม่นานจนสามารถจับกุมได้ ซึ่งถือว่าเป็นการตัดวงจรเพื่อไม่ให้ขยายลงสู่ชุมชนต่อไป.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

คุณตาเมืองตรังขยายพันธุ์”ควายเผือก”สู่เชิงพาณิชย์ สร้างรายได้

ฟาร์มซาซา หมู่ที่ 7 ต.บางเป้า อ.กันตัง จ.ตรัง ของ "กะหนี ซาซา" อายุ 71 ปีใช้พื้นที่ว่างข้างบ้านเลี้ยงทั้งควายเผือกและควายดำรวม 15 ตัว โดยเป็นควายเผือก 8 ตัวและควายดำ 7 ตัว ซึ่งการเลี้ยงควายเผือกเริ่มจากความชอบส่วนตัวที่เห็นลักษณะของควายเผือกแล้วเกิดความรัก ความหลงใหลในรูปร่าง สีสันและความเชื่อง  จึงซื้อมาเลี้ยงครั้งแรกเมื่อปี 2560...