Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดซื้อ-ขาย คาร์บอนเครดิต ต้องทำอย่างไร?

ซื้อ-ขาย คาร์บอนเครดิต ต้องทำอย่างไร?

-

คาร์บอนเครดิตคือ ผลการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก (เช่น การใช้พลังงานชีวภาพ การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า) หรือผลการกักเก็บปริมาณก๊าซเรือนกระจก (เช่น การปลูกต้นไม้) ที่ได้รับรองและบันทึกในระบบทะเบียนของหน่วยงานเจ้าของมาตรฐานการลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจะตกลงกันระหว่างประเทศที่จะทำการถ่ายโอนคาร์บอนเครดิต

ทำไมต้องถ่ายโอนคาร์บอนเครดิต?

จุดประสงค์ในการถ่ายโอนคาร์บอนเครดิตมีทั้งจุดประสงค์ภายในประเทศ และระหว่างประเทศ การถ่ายโอนภายในประเทศเกิดขึ้นเพื่อขอรับสิทธิประโยชน์ตามมาตรการของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดการก๊าซเรือนกระจก ส่วนการถ่ายโอนระหว่างประเทศนั้นเป็นการใช้คาร์บอนเครดิตที่เกิดจากโครงการที่ตั้งอยู่ในประเทศหนึ่งเพื่อบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของอีกประเทศหนึ่งที่ทำข้อตกลงร่วมกัน

ถ่ายโอนคาร์บอนเครดิตอย่างไร?

ในที่ประชุม COP26 ที่ผ่านมามีการรับรองรายละเอียดเกี่ยวกับกรอบการดำเนินงานภายใต้ข้อ 6.2 ของความตกลงปารีสในการถ่ายโอนคาร์บอนเครดิตโดยสมัครใจระหว่างประเทศ โดยมีการกำหนดแนวปฏิบัติ (Guidance) สำหรับการดำเนินความร่วมมือที่มีการถ่ายโอนผลการลดก๊าซเรือนกระจกระหว่างประเทศ (Internationally transferred mitigation outcomes หรือ ITMOs) จัดทำความตกลงระหว่างประเทศเพื่อกำหนดกรอบการดำเนินงาน มีขั้นตอนการให้อนุญาต (Authorization) การถ่ายโอนคาร์บอนเครดิตโดยต้องมีระบบติดตามการถ่ายโอนดังกล่าว และหลีกเลี่ยงการนับผลการลดก๊าซเรือนกระจกซ้ำ (double counting)

อย่างไรก็ตามผลการถ่ายโอนคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศอาจมีขั้นตอน และลักษณะกิจกรรมในการลดหรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจกแตกต่างกันตามความตกลงระหว่างประเทศนั้น ๆ เช่น การแบ่งคาร์บอนเครดิตในอัตราส่วนตามตกลง การใช้กลไกตลาดระหว่างประเทศในการทำสัญญาซื้อขายคาร์บอนเครดิต เป็นต้น

ตลาดคาร์บอนสามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภท ได้แก่

1.ตลาดคาร์บอนภาคบังคับ (Mandatory carbon market) คือ ตลาดคาร์บอนที่จัดตั้งขึ้นสืบเนื่องจากผลบังคับในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามกฎหมาย ผู้ที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเป้าหมายที่ตั้งไว้จะถูกลงโทษ และ/หรือ ผู้ที่สามารถปฏิบัติตามเป้าหมายที่ตั้งไว้จะสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ หรือไม่ก็ได้ขึ้นอยู่กับการบัญญัติกฎหมาย

2.ตลาดคาร์บอนแบบภาคสมัครใจ (Voluntary carbon market) คือ ตลาดคาร์บอนที่ถูกสร้างขึ้นโดยไม่ได้มีกฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมก๊าซเรือนกระจกมาบังคับ การจัดตั้งตลาดเกิดขึ้นจากความร่วมมือกันของผู้ประกอบการหรือองค์กร เพื่อเข้าร่วมซื้อขายคาร์บอนเครดิต ในตลาดด้วยความสมัครใจ ไม่ได้มีผลผูกพันตามกฎหมาย (ประเทศไทยเป็นแบบภาคสมัครใจ)

 การซื้อขายคาร์บอน สามารถดำเนินการได้ 2 รูปแบบ

การซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มตลาดซื้อขาย (Trading Platform) หรือ ศูนย์ซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่ตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ (ศูนย์ซื้อขายคาร์บอนเครดิตของประเทศไทย อบก. อยู่ระหว่างการทำความตกลงกับผู้ประกอบการศูนย์ซื้อขายเพื่อเปิดให้บริการ โดย อบก. หรือ TGO)

ซื้อขายในระบบทวิภาค (Over-the-counter: OTC) ซึ่งเป็นการตกลงกันระหว่างผู้ต้องการซื้อและผู้ขายโดยตรง ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการที่ต้องการขายคาร์บอนเครดิตของตนโดยไม่ผ่านตลาด

ประเทศไทย มีหน่วยงานที่ดำเนินงานคาร์บอนเครดิต คือ  “องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)” เรียกโดยย่อว่า “อบก.”  หรือ “TGO” ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  และมีตลาดซื้อขายปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับการรับรอง ผ่านโครงการ T-VER

ขั้นตอน ซื้อขาย “คาร์บอนเครดิต”

ขั้นตอนที่ 1 : เปิดบัญชี T-VER Credit กับ อบก.

ผู้ประสงค์จะซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิต (TVERs) หรือผู้พัฒนาโครงการ จะต้องเปิดบัญชี T-VER Creditกับ อบก. ก่อนทำการซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิต (TVERs) โดยจัดส่งเอกสารเพื่อขอเปิดบัญชีไปยัง อบก. ดังนี้

ขั้นตอนการเปิดบัญชี T-VER Credit

กรณีที่เป็นบุคคลทั่วไป

1) หนังสือแจ้งความประสงค์จะเปิดบัญชี T-VER Credit  โดยระบุอีเมลที่ต้องการใช้งานในระบบ

2) สำเนาบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง

กรณีที่เป็นนิติบุคคล

1) หนังสือแจ้งความประสงค์จะเปิดบัญชี T-VER Credit โดยระบุอีเมลที่ต้องการใช้งานในระบบ

2) ชื่อ ที่อยู่ และหนังสือรับรองนิติบุคล ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ออกให้ โดยนายทะเบียนรับรองไม่เกิน 3 เดือน

3) หนังสือมอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจ (ผู้ใช้งานระบบ)

4) สำเนาบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง ของผู้มอบอำนาจ

5) สำเนาบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง ของผู้รับมอบอำนาจ

6) หนังสือรับรองการทำงานออกโดยบริษัท

กรณีที่เป็นหน่วยงานราชการองค์กรของรัฐบาลรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ

1) หนังสือแจ้งความประสงค์จะเปิดบัญชี T-VER Credit โดยระบุอีเมลที่ต้องการใช้งานในระบบ

2) ชื่อ ที่อยู่ และสำเนาพระราชบัญญัติกฎหมาย หรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องแสดงการจัดตั้งหน่วยงาน

3) หนังสือมอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจ (ผู้ใช้งานระบบ)

4) สำเนาบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง ของผู้มอบอำนาจ

5) สำเนาบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง ของผู้รับมอบอำนาจ

ซึ่ง หากประสงค์จะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบของ อบก. เป็นผู้แทนในการดำเนินการธุรกรรมในระบบ T-VER Registry ให้จัดทำหนังสือแสดงเจตจำนงที่ระบุให้อบก.เป็นผู้ดำเนินการแทน แนบพร้อมกับเอกสารเพื่อขอเปิดบัญชี

ขั้นตอนที่2 : ซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิต ( T-VER)

ผู้ประสงค์ขายคาร์บอนเครดิต :

เนื่องจากปัจจุบัน ระบบทะเบียนคาร์บอนเครดิต (T-VER Registry) ของ อบก. อยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบชั่วคราว กรณีผู้ที่ประสงค์จะขายคาร์บอนเครดิตสามารถดำเนินการได้ ดังนี้

1) เจ้าของบัญชี T-VER Credits หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของบัญชี T-VER Credits แจ้งความประสงค์ในการขายคาร์บอนเครดิต โดยประกอบด้วยรายละเอียดดังนี้

ชื่อบัญชีผู้ขาย ชื่อโครงการที่ต้องการขาย จำนวนคาร์บอนเครดิต ชื่อบัญชีผู้ซื้อ และ ราคาต่อหน่วย (สมัครใจ)] ไปยังเจ้าหน้าที่ อบก. ตามที่ปรากฎอยู่ด้านล่าง

2) อบก. พิจารณาความถูกต้อง

3) อบก. จะดำเนินการโอน (Transfer) หรือหักล้าง (Cancel) คาร์บอนเครดิต ตามที่ได้รับแจ้งแก่ผู้ใช้งาน ภายใน 3 วัน ทำการ หลังจากตรวจสอบข้อมูล/เอกสารเรียบร้อยแล้ว

4) อบก. จะส่งเอกสาร Transfer Notification/Cancellation Notification ไปยังอีเมลของเจ้าของบัญชี T-VER Credits หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของบัญชี T-VER Credits ในการทำธุรกรรม

    สรุปประเทศไทยมีการซื้อขายคาร์บอนเครดิตตั้งแต่ ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน (เมษายน 2567) จำนวน 3,258,033 tCO2eq มูลค่าการซื้อขายรวม 292 ล้านบาท คิดเป็นราคาเฉลี่ยตันละ 89.6 บาท

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากความทรงจำวัยเด็ก…”จ่าเชฐ “สู่เจ้าสัวสวนทุเรียนมูซังคิง-หนมดำ” แห่งเมืองตรัง

แรงบันดาลใจมาจากวัยเด็กที่ทุเรียนเป็นของหายากในครอบครัว แม่ต้องนำมาทำเป็นข้าวเหนียวทุเรียนแบ่งให้พี่น้องรับประทาน จึงตั้งใจปลูกทุเรียนเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำ ทำให้ความฝันของ ร.ต.ต.ชัฏฐานนท์ ทองขาว อายุ 55 ปี เจ้าเจ้าที่ตำรวจ สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เดินตามรอยที่ตั้งใจไว้ จากนั้น “จ่าเชฐ” พร้อมด้วยภรรยา จึงเปิดสวนทุเรียน หมู่ 7 ต.โคกสะบ้า อ.นาโยง บนพื้นที่ 5 ไร่ ปลูกทุเรียนสายพันธุ์มูซังคิงและหนามดำ...