Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดตลาดความงาม“ไทย”โตไม่หยุด พร้อมเปิดประตูสู่ความงามอาเซียน

ตลาดความงาม“ไทย”โตไม่หยุด พร้อมเปิดประตูสู่ความงามอาเซียน

-

เมื่อเร็วๆนี้ เปิดงานแสดงสินค้าความงามระดับโลก Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2024  พร้อมเปิดให้ชมงานตั้งแต่วันที่ 23-25 มิ.ย. 2567 ณ.ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ อินฟอร์มมา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย เผยผู้ผลิตสินค้าความงามกว่า 1,500 แบรนด์ทั่วโลกตบเท้าร่วมงาน

สรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ (ประเทศไทย) ในฐานะผู้จัดงาน กล่าวว่า งานแสดงสินค้าความงามระดับโลกนี้ จะช่วยผลักดันการเติบโตของตลาดความงามของไทย และอาเซียนให้เติบโตไปพร้อมๆกัน โดยสอดคล้องกับข้อมูล Euromonitor International พบว่า อุตสาหกรรมความงามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตขึ้นทุกปี และเติบโตแบบก้าวกระโดด ตั้งแต่ปี 2566-2567 แน่นอนว่าไทยก็เป็นหนึ่งในตลาดที่มีการดำเนินงานดีที่สุดในภูมิภาคนี้  โดยคาดการณ์ว่าตลาดความงามของไทยจะเติบโตเพิ่มขึ้น11เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปี 2566

สำหรับการจัดงานในปีนี้ ได้รับความร่วมระหว่าง 3 ผู้จัดงานระดับโลก ทางบริษัทเชื่อมั่นว่างานนี้จะช่วยเป็นเวทีการเจรจาธุรกิจของอุตสาหกรรมความงามอาเซียน และเป็นศูนย์รวมด้านนวตกรรมเทคโนโลยี ความงามจากนานาประเทศเข้ามาจัดแสดงเข้าด้วยกัน นอกจากนี้เป็นแหล่งความรู้ด้านธุรกิจความงาม

ส่วนภายในงานนี้ จะมีผู้ผลิตสินค้าและนวัตกรรมเกี่ยวกับความงามมาร่วมงาน 1,500 แบรนด์ และมีผู้มาเยี่ยมชมงานจาก60 ประเทศทั่วโลก

ด้านภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญการดูแลสุขภาพและความงาม จึงเป็นตลาดที่น่าจับตามอง เพราะมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอางที่ใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมความงาม ที่สำคัญผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพในการผลิต

“จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับเมืองไทยในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ความงามที่มีคุณภาพสูงสู่สายตาชาวโลก การจัดงานนี้ช่วยส่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมความงามไทย และยังเป็นเวทีสำหรับการเจรจาการค้าและการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งออกของเรา เราต้องมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้” ภูสิตกล่าวและว่า

งานแสดงสินค้าครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี ได้มีโอกาสในการเสริมสร้างความร่วมมือทางการค้าระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียนและกับประเทศอื่นๆทั่วโลก

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

คุณตาเมืองตรังขยายพันธุ์”ควายเผือก”สู่เชิงพาณิชย์ สร้างรายได้

ฟาร์มซาซา หมู่ที่ 7 ต.บางเป้า อ.กันตัง จ.ตรัง ของ "กะหนี ซาซา" อายุ 71 ปีใช้พื้นที่ว่างข้างบ้านเลี้ยงทั้งควายเผือกและควายดำรวม 15 ตัว โดยเป็นควายเผือก 8 ตัวและควายดำ 7 ตัว ซึ่งการเลี้ยงควายเผือกเริ่มจากความชอบส่วนตัวที่เห็นลักษณะของควายเผือกแล้วเกิดความรัก ความหลงใหลในรูปร่าง สีสันและความเชื่อง  จึงซื้อมาเลี้ยงครั้งแรกเมื่อปี 2560...