Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดคดีหมูเถื่อน จับ "ปลาซิวปลาสร้อย" ปล่อย "ปลาใหญ่"

คดีหมูเถื่อน จับ “ปลาซิวปลาสร้อย” ปล่อย “ปลาใหญ่”

-

ในปี 2567 เกิดคดีใหญ่ๆ หลายคดีที่เป็น Talk of the Town ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ ฉ้อโกงและการทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการ ล้วนอยู่ในความสนใจและการติดตามของสังคมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ข่าวสำคัญก่อนหน้าถูกเบียดจนตกกระแส ทั้งที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน ต้องมาจับตาดูว่า “คดีหมูเถื่อน” กฎหมายจะนำคนผิดมาลงโทษได้อย่างไร เพราะเป็นคดีที่สร้างความเสียหายใหญ่หลวงให้ประเทศชาติ โดยเฉพาะคนเลี้ยงหมู ที่ได้รับผลกระทบจากกลไกราคาถูกบิดเบือนจนราคาตกต่ำกว่าต้นทุนการผลิตนานกว่า 1 ปี  บีบเกษตรกรรายย่อยต้องออกจากระบบไปนับหมื่นราย จากช่วงปี 2564 ก่อนเกิดโรคระบาด ASF ซึ่งมีผู้เลี้ยงทั่วประเทศประมาณ 150,000 ราย ปัจจุบันเหลือเพียง 50,000 ราย

การสืบสวนจับกุมคดีหมูเถื่อน เริ่มมาตั้งแต่ปี 2565 ในความรับผิดชอบของกรมศุลกากร แต่เป็นการจับกุมระหว่างการขนย้ายและลักลอบนำเข้าตามชายแดน มากกว่าจับกุมที่ต้นทางสินค้าการนำเข้ามาในประเทศ แล้วส่งคดีไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นผู้ดำเนินคดี นำไปสู่การเปิดตู้คอนเทนเนอร์ตรวจค้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง จับกุมหมูเถื่อนล็อตใหญ่เป็นครั้งแรก 161 ตู้ ของกลาง 4,500 ตัน เป็นข่าวคึกโครมเมื่อเดือนกรกฎาคม 2566 นำไปสู่การขยายผลเป็นคดีใหญ่อีก 2 กลุ่ม คือ คดีหมูเถื่อน 2,385 ใบขน ที่มีการสำแดงเท็จผ่านพิธีการศุลกากรออกไปจำหน่ายทั่วประเทศไทย และยังมีคดีนำเข้าซากสัตว์ เนื้อวัว หมูเถื่อนและสัตว์อื่น สวมสิทธิ์ตีนไก่อีกนับหมื่นตู้ แต่ทั้งสองคดีก็ยังไม่มีความคืบหน้าแม้เวลาจะล่วงเลยมานานกว่า 8 เดือนแล้วก็ตาม

การดำเนินคดีหมูเถื่อนเปรียบได้กับ “ม้าตีนต้น” ควบเต็มกำลังออกตัวแรงช่วงต้นและแผ่วลงตามลำดับ ไปไม่ถึงเส้นชัยจับคนทำผิด “ตัวใหญ่” ไม่ได้เสียที จนร้อนถึงนายกรัฐมนตรีต้องลงมาสั่งการและติดตามงานด้วยตัวเองอยู่ระยะหนึ่ง นำไปสู่การโยกย้ายข้าราชการระดับสูงเพราะคดีไม่คืบหน้า ช่วงนี้แม้จะมีข่าวความคืบหน้าออกมาบ้าง แต่ก็ยังไม่มีชื่อนักการเมือง หรือ ข้าราชการระดับสูงที่อยู่เบื้องหลัง และทราบว่าจะมีการขออนุมัติสอบสวนคดีตู้ที่นำออกเป็นคดีนอกราชอาณาจักร ส่วนคดี 161 ตู้ ได้ส่งสำนวนไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยแถลงข่าวว่ามีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเป็นข้าราชการระดับ “เจ้าหน้าที่” ตรวจสอบเอกสารเท่านั้น

ยิ่งนานวันยิ่งเกิดคำถามเกี่ยวกับการดำเนินคดีหมูเถื่อนว่า หรือคดีนี้จะมี “ใบสั่ง” เพราะมีการตั้งข้อสังเกตที่เริ่มต้นคดีเป็นคดีนอกราชอาณาจักร ที่จะทำให้คดีล่าช้าออกไปอีก ซึ่งคดีลักษณะนี้ พนักงานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเคยทำสำนวน และสรุปสำนวนส่งให้ศาลพิพากษาตัดสินคดีเรียบร้อยโรงเรียนจีนไปแล้ว 3 คดี คำถามที่เกิดขึ้นขณะนี้ คือ 1.จำเป็นต้องเลือกเป็นการสอบสวนคดีนอกราชอาณาจักรหรือไม่ 2.เหตุใดจึงไม่รีบดำเนินการสอบสวนให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ดังเช่นที่ตำรวจเคยทำ และ 3.การได้ประวิงเวลาออกไปจะมีผลต่อรูปคดีหรือไม่ และใครจะได้ประโยชน์

จากคำถามของสังคมข้างต้น ล้วนเป็นเหตุเป็นผลให้คิดไปว่า หรือจะจับ “ปลาใหญ่” ไม่ได้แน่ เพราะปลาใหญ่จับยาก จับได้ก็ดิ้นหนีเพราะแรงมาก สำหรับคดีหมูเถื่อนเดินทางมา 2 ปีกว่า แม้จะได้เพียงปลาซิวปลาสร้อย ทั้งเจ้าหน้าที่และนายทุน (ตัวเล็ก)ก็ต้องจับไว้ก่อนดีกว่า “คว้าน้ำเหลว” จับใครไม่ได้ จะเป็นการสั่นคลอนความน่าเชื่อถือและความโปรงใสของขบวนการสืบสวน สอบสวน และดำเนินคดีของไทย

โดย…อาบอรุณ ธรรมทาน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากอดีตข้าราชการป่าไม้ โค่นสวนยาง 40 ไร่ ปลูกทุเรียนกว่า 1,200 ต้น ริมเทือกเขาบรรทัด

จากอดีตข้าราชการป่าไม้ "นายสนิท องศารา" หรือ "ลุงหนิด" วัย 65 ปี ตัดสินใจโค่นสวนยางพารากว่า 40 ไร่สู่เจ้าของสวนทุเรียนขนาดใหญ่ในพื้นที่ ต.ช่อง อ.นาโยง จ.ตรัง "ลุงหนิด" วัย 65 ปี บอกว่า  หลังเกษียณอายุราชการ ตัดสินใจโค่นสวนยางพารากว่า 40 ไร่เพื่อปลูกทุเรียน 4 สายพันธุ์...