Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุด“นภารดา”อดีตครูชีวิตต้องสู้ หันหน้าสู่อาชีพอิสระอยากช่วยสังคม

“นภารดา”อดีตครูชีวิตต้องสู้ หันหน้าสู่อาชีพอิสระอยากช่วยสังคม

-

บางครั้งเส้นทางชีวิต ไม่ได้สวยงามเสมอไปเสมือน ผู้แจวเรือจ้าง บางช่วงต้องฟันฝ่าคลื่นลม มีอุปสรรคมากมาย ดั่งอดีตชีวิตครูบ้านนอก “นภารดา งามศิริ” ที่รับราชการครูมานาน ตั้งแต่เริ่มแรกสอบรรจุครูประชาบาลครั้งแรกที่จังหวัดขอนแก่น จากนั้นโยกย้ายมาสอนที่โรงเรียนประชาบาลจ.กาฬสินธุ์ ทำงานจนเกษียณอายุราชการ

แต่ความภาคภาคภูมิใจในอาชีพครู ผู้ประสาทวิชา ทำการสอนลูกศิษย์ ลูกหามากมาย เพื่อเป็นคนดีของสังคม และมีวิชาความรู้ออกไปรับใช้ชาติมากมาย แต่ขณะเดียวกัน ในระหว่างที่รับราชการครู ช่วงจังหวะชีวิตเคยเจอมรสุมลูกใหญ่ เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดนมิจฉาชีพหลอกเงินลงทุนสูญเสียไปร่วม 4.5 ล้านบาท ส่งผลให้เงินทองที่เก็บหอมรอมริบมายาวนาน จากการก่อนทำงานรับราชการครูหายวับไปกับตา จนต้องพึ่งกระบวนการยุติธรรม

“นภารดา” เล่าว่า จากบทเรียนราคาแพง การคิดไปลงทุนกับใคร ควรมีวิจารณญาณ ดูหลักเหตุผลให้รอบคอบ ศึกษามีความเป็นไปได้ก่อน  อย่างเพิ่งเห็นกับรายได้ที่จะเข้ามายั่วยวนให้ตายใจ  บางครั้งไม่ได้อย่างที่เราคิดเสมอไป เพราะยุคนี้ทุกคน ย่อมมีความหวังสูง ที่จะมีรายได้เยอะๆ ทั้งที่ ความรอบรู้ ความเชี่ยวชาญบางเรื่องเราไม่มีความรอบรู้พอ จนต้องตกเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ”

ดังนั้น หลังจากชีวิตเกษียณอายุราชการ อยากที่หาอะไรทำที่เป็นประโยชน์กับสังคม และชาวบ้าน ชาวนาบ้าง  ซึ่งเพิ่อนๆได้แนะนำให้รู้จักกับ บ.ทรัพย์ยั่งยืน โดยตนมองเห็นว่า แนวทางและนโยบายของบริษัท “สร้างงาน สร้างอาชีพ” พอที่ให้ประโยชน์กับชาวบ้านได้

จึงได้มาศึกษาและเรียนรู้โครงสร้างบริษัท ซึ่งตนมีความฝันอยากเปิด “ช้อปขายสินค้า ของกลุ่มเอสวาย” เพื่อที่สร้างได้รายได้บ้างเล็กๆน้อยๆ แบบค่อยเป็น ค่อยไป ประกอบกับนโยบายบริษัทมีความชัดเจนหยิบต้องได้ที่ทำงานเพื่อชุมชน

อย่างกรณีแนวทางการส่งเสริมเกษตรกรปลูกข้าวอินทรีย์ ซึ่งน่าจะส่งผลดีให้ชาวนา ได้ปลูกข้าวขายกันได้ราคาที่ดีขึ้น เนื่องจากเห็นว่าการนำเทคโนโลยี เรื่องการใช้แพลตฟอร์มมาใช้ควบคุมการทำงานนั้น น่าจะมีประโยชน์มาก โดยเฉพาะการปลูกข้าว รูปแบบการทำนาเกษตรอินทรีย์ จะช่วยให้ปลอดสารพิษ จากการใช้ยาฆ่าแมลง และยังสร้างความปลอดภัยให้กับชุมชนด้วย

แต่ทั้งนี้ ต้องศึกษาดูความเป็นไปได้ที่เป็นรูปธรรม จะเห็นผลตอบลัพท์ ซึ่งชาวบ้านที่ได้คุยในเบื้องต้น เขาอยากดูแปลงนาทดลองในรูปแบบนี้ ถ้าสำเร็จ เชื่อว่ายังมีชาวนานอีกจำนวนมาก อยากจะทำเกษตรตามแนวทางที่วางไว้

“โดยส่วนตัว อยากจะมีที่นาแปลงใหม่ ที่เพิ่มผลผลิตที่ดี มีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นความมุ่งหวังกับทุกๆคน อย่าลืมว่า ก่อนหน้านี้เกษตรกรหลายๆคน เคยลองผิด ลองถูกมามากมาย ทั้งเคยได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐ บางคนทำนาจนหมดที่พึ่ง เป็นหนี้ เป็นสินกันมากมาย เหมือนกับเป็นฟางเส้นสุดท้าย อยากหาที่พึ่ง ถ้าหากว่าเกษตรกรที่ปลูกข้าวพันธุ์ดีแล้ว ได้รับการส่งเสริมที่ดี ขายข้าวได้ราคา  วางระบบการบริหารจัดการทีดี เชื่อว่าเกษตรกรอยากเข้ามาร่วมงานอีกเยอะ เพราะทุกคนอยากหาคนมาช่วยเหลือเช่นกัน”

เพราะเห็นว่าการปรับปรุงแปลงนาในรูปแบบใหม่ โดยที่ใช้ระบบฐานข้อมูลมาใช้การวางระบบ การทำนา การปลูก การดูแลแปลงนา  ตลอดจนเรื่องการทำตลาด สร้างผลผลิตที่ดี มีผลกำไร น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่ง ที่ช่วยเกษตรกรได้ยุคนี้  

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

พลิกโชคชะตาพารวย!ก๋วยเตี๋ยวสู้ชีวิต กล้าคิด กล้าทำ “ลูกชิ้นหมูเด้งปั้นสด ปลอดสารพิษ

เปิดตำนานบทใหม่ของ “นายฐากร ซ่อนกลิ่น” อดีตผู้ใหญ่ ที่ตัดสินใจวางตำแหน่งที่ภาคภูมิใจ หันมาจับตะกร้อลวกเส้นเคียงข้างภรรยาคู่ใจ พร้อมปั้นลูกชิ้นสดเสิร์ฟลูกค้า หลังจากเผชิญมรสุมชีวิตที่รายได้ไม่พอจุนเจือครอบครัว จนต้องนำโฉนดที่ดินไปจำนองแลกเงินทุน 150,000 บาท มุ่งหน้าจากอำเภอกาบเชิง เข้าสู่ตัวเมืองสุรินทร์ เพื่อพิสูจน์ตัวเองในเส้นทางสายอาชีพพ่อค้าก๋วยเตี๋ยวที่เริ่มต้นจากศูนย์ จุดเด่นที่ทำให้ร้าน “ก๋วยเตี๋ยวแท้ปั้นสด บุฟเฟต์ลูกชิ้น” รสชาติติดอกติดใจลูกค้า คือลูกชิ้นปั้นสดทำเองที่เป็นซิกเนเจอร์ ซึ่งนายฐากร ต้องดั้นด้นเข้ากรุงเทพฯ ไปร่ำเรียนและลองผิดลองถูกอยู่นาน จนได้ลูกชิ้นเนื้อเด้งสูตรเด็ดที่ “ปั้นสดๆ โชว์หน้าร้าน”...