Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดลำตะคองน้ำลดฮวบเหลือ 32% ถนนมิตรภาพเก่าโผล่

ลำตะคองน้ำลดฮวบเหลือ 32% ถนนมิตรภาพเก่าโผล่

-

นครราชสีมา – เขื่อนโคราชวิกฤตต่อเนื่อง แม้ฝนตกลงมาก็ไม่ได้ช่วยเติมน้ำ ลำตะคองน้ำลดฮวบเหลือ 32% ถนนมิตรภาพเก่าโผล่ นักท่องเที่ยวแห่ขับรถลงไปเที่ยว หาหอยกาบคึกคัก

วันนี้ (12 พฤษภาคม 2567) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ยังคงวิกฤตต่อเนื่อง แม้ว่าช่วงนี้จะเริ่มมีฝนตกลงมาบ้างในพื้นที่ แต่ก็ยังไม่มีน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำแต่อย่างใด ส่งผลให้อ่างเก็บน้ำต่างๆ ในพื้นที่ มีปริมาณน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่อ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่งล่าสุดวันนี้ (12 พ.ค. 67) มีปริมาณน้ำกักเก็บเหลืออยู่เพียง 101.534 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 32.29 ของความจุกักเก็บทั้งหมด 314.49 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้บริเวณท้ายอ่างมีสันดอนดินโผล่เป็นบริเวณกว้าง จนสามารถมองเห็นถนนมิตรภาพสายเก่า ทอดยาวหลายกิโลเมตรลงไปในอ่างเก็บน้ำ ซึ่งมีประชาชน นักท่องเที่ยว ใช่ช่วงวันหยุด พากันขับรถลงไปในอ่างเก็บน้ำ เพื่อเล่นน้ำคลายร้อนกันอย่างคึกคัก โดยบางคนยังใช้โอกาสนี้ ลงงมหาหอยกาบ เพื่อนำไปประกอบอาหารอีกด้วย

ทั้งนี้โครงการชลประทานนครราชสีมา เปิดเผยถึงสถานน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง 27 แห่ง ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ขณะนี้มีปริมาณเหลืออยู่รวม 474.354 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 38.86 ของความจุกักเก็บทั้งหมด 1,220.82 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยแบ่งเป็น อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว, อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย, อ่างเก็บน้ำลำแชะ และอ่างเก็บน้ำมูลบน อ.ครบุรี มีปริมาณน้ำเหลืออยู่รวม 339.019 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 38.29 ของความจุกักเก็บทั้งหมด 885.49 ล้านลูกบาศก์เมตร, อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จำนวน 24 แห่ง มีปริมาณน้ำเหลืออยู่รวม 135.335 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 40.36 ของความจุกักเก็บทั้งหมด 335.33 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งขณะนี้ทางโครงการชลประทานนครราชสีมา ได้ประกาศงดส่งน้ำให้สำหรับทำการเกษตร 100% เพื่อกักเก็บน้ำไว้สำหรับอุปโภคบริโภคเท่านั้น.

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ // นครราชสีมา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...