หน้าแรกข่าวล่าสุดแล้งคุกคามหนัก ชาวสวนชัยภูมิ วิ่งหาน้ำวุ่น ป้องกันทุเรียนยืนต้นตาย

แล้งคุกคามหนัก ชาวสวนชัยภูมิ วิ่งหาน้ำวุ่น ป้องกันทุเรียนยืนต้นตาย

-

ชัยภูมิ-เผชิญอากาศร้อนและภัยแล้ง ส่งผลกระทบกับชาวสวนทุเรียน เพราะทุเรียนสลัดลูกร่วงพื้น มีเพลี้ยและไรแดงระบาด เกาะกินลูกและใบ ผลผลิตจากที่เคยได้ต้นละ 50-60 ลูก เหลือ 10 ลูก ตอนนี้เร่งหาน้ำมารดทุเรียน กลัวยืนต้นตายยกสวน เสียหายหลายแสน

จากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวและแห้งแล้ง ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบกันจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นพืชไร่พืชสวนต่างๆ ขณะเดียวกันสวนทุเรียนของเกษตรกรในพื้นที่ ต.ซับสีทอง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ได้เริ่มขาดแคลนน้ำสำหรับรดต้นทุเรียนแล้วในระยะนี้ ทำให้ทุเรียนที่ขาดน้ำล่วงหล่นเสียหาย และต้องมีการลดปริมาณการให้น้ำลง จากเดิมเคยให้น้ำ 1 ชั่วโมงต่อวัน ปัจจุบันลดเหลือวันละ 10 นาทีต่อวัน เพื่อเลี้ยงน้ำให้ต้นรอดตาย

ส่วนผลผลิตทุเรียนจากเมื่อก่อนบางต้นเคยได้ 50-60 ลูก ปัจจุบันเหลือต้นละ 10 ลูกก็ถือว่าดีแล้ว ทุเรียนที่เจอสภาพอากาศร้อนที่ล่วงหล่นเสียหาย มีทั้งลูกเล็กและใกล้ได้เก็บผลผลิตแล้วก็มี ทำให้ชาวบ้านต่างคิดหาวิธีการรักษาต้นให้รอดผ่านพ้นวิกฤติภัยแล้งไปได้ บางรายต้องยอมตัดดอก ตัดผลออก เพื่อรักษาต้นเอาไว้ ปีนี้เสียหายหลายแสน

ด้าน น.ส.ศิริพร บัวสระ อายุ 25 ปี เกษตรกรชาวสวนทุเรียน บ้านคำผักแพรว ต.วับสีทอง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า ปีนี้แล้งหนัก ส่งผลกระทบกับสวนทุเรียนเป็นอย่างมาก เพราะแหล่งน้ำที่มีก็แห้งขอด ทุเรียนที่ติดลูกก็ล่วงหล่นเสียหาย แถมลูกไม่สมบูรณ์ มีเพลี้ยและไรแดงระบาด เกาะกินลูกและใบ ปัจจุบันทุเรียนที่สวนกำลังเก็บผลผลิต มีทั้งหมดกว่า 130 ต้น แต่ผลผลิตมีน้อย

เนื่องจากเจอสภาพอากาศที่ร้อนจัดและแห้งแล้งนาน ต้นทุเรียนแต่ละต้นเหลือต้นหนึ่งไม่กี่ลูก และทุเรียนที่ปลุกใหม่อีก 700 ต้น บางส่วนก็ทยอยยืนต้นตาย เพราะการให้น้ำได้ไม่เพียงพอ จากเดิมเคยให้น้ำเป็นชั่วโมง ปัจจุบันเหลือเพียง 10 นาทีต่อวัน เพื่อรักษาต้นทุเรียนให้รอดไปก่อนจนกว่าจะมีฝนตกลงมาอีก

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...