Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดชัยภูมิแล้งหนัก ทุเรียนเทพสถิต ขาดน้ำแห้งตายกว่า 200 ต้น

ชัยภูมิแล้งหนัก ทุเรียนเทพสถิต ขาดน้ำแห้งตายกว่า 200 ต้น

-

ชัยภูมิ ประสบภัยแล้งหนัก อากาศร้อนจัด ฝนไม่ตกกว่า 2 เดือน แหล่งน้ำธรรมชาติแห้งขอด ทำให้สวนทุเรียนใน อ.เทพสถิต เดือดร้อนหนัก ไม่มีน้ำรดต้นทุเรียน จนต้นทุเรียนสลัดลูกอ่อน และมียืนต้นตายกว่า 200 ต้น เสียหายหลายแสนบาท วอนฝนหลวงฯ ช่วยด้วย

เมื่อวันที่ 30 เม.ย.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ประสบภัยแล้งหนัก ฝนไม่ตกนานกว่า 2 เดือน อากาศร้อนจัด อุณหภูมิทะลุ 42 องศาฯ ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนซึ่งถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจอีกหนึ่งช่องทางในอำเภอเทพสถิตได้รับผลกระทบอย่างหนัก ลำคลองน้ำแห้งขอด โดยเฉพาะ นายบุญถิน ศิริสาขา อายุ 61 ปี เกษตรกรปลูกทุเรียนในพื้นที่ ต.นายางกลัก อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ หนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งอย่างหนักกว่าทุกปีที่ผ่านมา ทำให้ทุเรียนพันธุ์หมอนทองบนเนื้อที่ 8 ไร่ ที่ปลูกไว้อายุกว่า 8 ปี ที่กำลังเติบโต จำนวน 200 ต้น ที่กำลังออกผลผลิตสร้างรายได้ให้กับครอบครัว กำลังยืนต้นตายเกือบทั้งหมด บางต้นมีสภาพต้นแห้ง ใบแห้งร่วงเหลือแต่กิ่ง บางต้นใบเริ่มเป็นสีเหลือง ส่วนยอดบนแห้งตาย ใบเริ่มร่วง

นายบุญถิน เปิดเผยว่า ฝนแล้งทิ้งช่วงห่างมานานกว่า 2 เดือนแล้ว บางวันมีก้อนเมฆลอยปกคลุมมืดครึ้มเหมือนฝนจะตกแต่ก็ฝนไม่ตก ตอนนี้เดือดร้อนหนักมาก ทุเรียนพันธุ์หมอนทองที่ปลูกไว้ทยอยแห้งตายทั้งหมด ตนมีสระน้ำอยู่ 1 สระ สูบรดน้ำวันละ 1 ครั้ง ครั้งละแค่ 10 นาที เฉพาะในช่วงเย็นเท่านั้น น้ำในสระไม่เพียงพอ เพราะความแห้งแล้งทำให้น้ำในสระเริ่มแห้งขอดเหลืออยู่เพียงก้นสระเท่านั้น ทำให้ต้นทุเรียนอายุกว่า 8 ปี จำนวน 200 ต้น ขาดน้ำทยอยยืนต้นตายเกือบหมดแล้ว ซึ่งภายใน 3 วันนี้ หากฝนยังไม่ตก ทุเรียนที่กำลังจะตายคงไม่รอดแม้แต่ต้นเดียว

เกษตรกรปลูกทุเรียนในพื้นที่ ต.นายางกลัก กล่าวต่อว่า ขอวิงวอนอยากให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือดูแลหน่อย เพราะตนหมดปัญญาแล้ว ทุกปีหน้าแล้งจะมีฝนเทียม แต่ปีนี้ไม่เห็นมีฝนเทียมเลย และไม่มีข่าวว่าจะทำฝนเทียมเลย ทุเรียนที่ยืนต้นตายขณะนี้มีมูลค่าความเสียหายรวมในเนื้อที่ 8 ไร่ เป็นเงินประมาณ 200,000 บาท คนทำสวนนั้นเหนื่อยมากแล้วต้องมาเจอกับวิกฤติฝนแล้งไม่มีน้ำใช้ ทำให้ความหวังใน ปีหน้าคงไม่มีทุเรียนได้เก็บผลผลิตคงสิ้นหวัง

นายบุญถิน กล่าวด้วยว่า ได้แต่รู้สึกรันทดจิตใจต้องยืนมองต้นทุเรียนที่ปลูกมากับมือแห้งเฉาตายไปต่อหน้าต่อตา ซึ่งในปีต่อไปก็คงจะต้องหาซื้อสายพันธุ์ทุเรียนมาปลูกทดแทนต้นที่ตายไปอีก ต้องลงทุนแต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะเกิดปัญหาภัยแล้งเหมือนเช่นในปีนี้หรือไม่ก็ต้องรอดูอีกต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

5 ปีสู่ความสำเร็จ!สวนปาล์ม “ลุกมาน การียา”อดีตสมาชิกสภา ดูแลรักษาเอาใส่ใจดุจคนในครอบครัว

"ลุกมาน การียา"อดีตสมาชิกสภาจังหวัด เขต 3 ได้ผันตัวมาเป็นเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน โดยเริ่มทำสวนปาล์มตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2564 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลาประมาณ 5 ปี ก้าวสู่ความสำเร็จยั่งยืนจากแนวทางการทำสวนของเขาที่ ให้ความสำคัญกับการเลือกพันธุ์ การกำหนดระยะปลูก การใส่ปุ๋ย และการดูแลรักษาสวนอย่างสม่ำเสมอ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ต้นปาล์มเจริญเติบโตแข็งแรงและสามารถให้ผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง สวนปาล์มแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณเลขที่ 108 ถนนโต๊ะลือแบ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส มีพื้นที่ปลูกประมาณ 60...