หน้าแรกข่าวล่าสุดสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ปี 67

สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ปี 67

-

การสร้างความสามัคคีและสังคมเครือข่ายให้มีความเข้มแข็ง ถือเป็นเป้าหมายสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจมีความสำเร็จ โดยเฉพาะการดำเนินงานที่เกี่ยวกับสหกรณ์ เพราะช่วยให้ธุรกิจสหกรณ์มีการพัฒนาและเติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากช่วยให้สหกรณ์มีคุณภาพแล้ว ยังสามารถเป็นที่พึ่งให้กับสมาชิกในหลายด้าน ตั้งแต่แหล่งเงินทุน องค์ความรู้ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยต่าง ๆ ในการอาชีพให้เกิดรายได้

นางสาวกมลวรรณ นุชัย สหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด ได้รับรางวัลสหกรณ์ดีเด่นประจำปี 2567 ถือเป็นตัวอย่างของสหกรณ์ที่มีการพัฒนาและมีเป้าหมายการดำเนินงานที่เข้มแข็งจนประสบผลสำเร็จ ซึ่งสหกรณ์แห่งนี้มี 5 ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจรวบรวมผลผลิตไข่ไก่ ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ธุรกิจแปรรูปอาหารสัตว์และผลผลิต ธุรกิจสินเชื่อ และธุรกิจรับฝากเงิน โดยการทำธุุรกิจทั้ง 5 ธุรกิจ ไม่ใช่เพื่อบุคคลภายนอกสหกรณ์แต่ทำเพื่อสมาชิกทุกคนจากการดำเนินงานที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้สหกรณ์แห่งนี้มีความเข้มแข็ง คือ การดำเนินธุรกิจที่ช่วยเหลือสมาชิกอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ในเรื่องของการช่วยเหลือเครือข่ายสหกรณ์ โดยเฉพาะเกษตรกรที่เป็นสมาชิกในการรับรองผลผลิต
ในราคาที่ยุติธรรม

“สหกรณ์แห่งนี้นอกจากมีสมาชิกทำฟาร์มไก่ไข่แล้ว ที่นี่ยังเป็นศูนย์การเรียนรู้และส่งเสริมอาชีพเลี้ยงไก่ไข่ในรูปแบบฟาร์มกลาง จึงทำให้นอกจากรวบรวมผลผลิตจากสมาชิกแล้ว ทางศูนย์การเรียนรู้ฯยังมีผลผลิตจากไก่ไข่ออกจำหน่าย เรียกได้ว่ามีการจัดการฟาร์มที่ได้มาตรฐานเป็นระบบอัตโนมัติ ทั้งในเรื่องของการให้อาหาร การลำเลียงมูลไก่ และการลำเลียงไข่ออกมาจากโรงเรือน ซึ่งระดมทุนภายในจากสมาชิก และทุนภายนอกในการลงทุน” นางสาวกมลวรรณ กล่าว

นางสาวกมลวรรณ ยังกล่าวต่อไปอีกว่า จากการดำเนินงานของสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด ผลประกอบการเป็นไปในเชิงบวก โดยผลกำไรที่ได้นำมาปันผลให้กับผู้ถือหุ้น และนอกจากนี้ สาเหตุที่ทำให้ธุรกิจการเลี้ยงไก่ไข่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากสหกรณ์จัดหาวัตถุดิบในการแปรรูปอาหารสัตว์เอง สามารถลดต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์ เพื่อใช้ภายในศูนย์การเรียนรู้และจำหน่ายให้กับสมาชิก ทำให้สมาชิกได้ซื้ออาหารสัตว์ในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด ซึ่งความสำเร็จเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่ได้ความร่วมมือกับสมาชิกที่ได้ร่วมทำธุรกิจกับสหกรณ์ จากความร่วมมือของสมาชิกสหกรณ์ทำให้สหกรณ์มีความเติบโตอย่างต่อเนื่อง

“นอกจากความเข้มแข็งของสมาชิก การเป็นเครือข่ายที่ดี สามารถรองรับผลผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทำให้สหกรณ์เครือข่ายมีตลาดรองรับในการซื้อขายกันในราคาที่ยุติธรรม พร้อมทั้งมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ คืนสู่สังคม ทั้งชุมชนในพื้นที่ และพื้นที่ห่างไกลเป็นประจำทุกปี” นางสาวกมลวรรณ กล่าว

ทุกการพัฒนาที่เติบโตอย่างมั่นคง และการได้คัดเลือกเป็นสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติในครั้งนี้ สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด มีวันนี้ได้เพราะการช่วยเหลือและสนับสนุนที่ดีจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ตั้งแต่ในเรื่องของงบประมาณ อาทิ โกดังเก็บสินค้า ห้องเย็นเก็บผลผลิตจากไข่ไก่ช่วงที่ไข่ไก่ล้นตลาดราคาตกต่ำ เครื่องล้างถาดไข่อัตโนมัติ ไซโลเก็บข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอุปกรณ์อื่นๆ อีกหลายชนิด มูลค่ารวมทั้งสิ้น 19,846,513 บาท

ในด้านของอุปกรณ์ทางการตลาดมีตั้งแต่ในเรื่องของเครื่องคัดไข่ไก่ สามารถช่วยในเรื่องของการคัดไข่ไก่ให้ได้มาตรฐาน ทำให้ไข่ไก่ได้น้ำหนักที่แน่นอนออกสู่ท้องตลาด พร้อมทั้งมีเครื่องทำเต้าหู้จากไข่ไก่ ทำให้สามารถนำไข่ที่ตกเกรดมาเพิ่มมูลค่าได้มากขึ้น

“การดำเนินงานของสหกรณ์ มีเป้าหมายที่ชัดเจน ที่สมาชิกทุกคนท่องกันขึ้นใจกันเลย นั้นก็คือ สหกรณ์เข้มแข็ง สมาชิกมีอาชีพเลี้ยงไก่ไข่อย่างมั่นคงและมีความยั่งยืน ซึ่งถ้าสหกรณ์อยู่ได้ สมาชิกอยู่ได้ มีการเติบโตไปพร้อม ๆ กันทั้ง 2 ฝ่าย ก็จะทำให้ความสำเร็จเกิดขึ้นอย่างแน่นอน” นางสาวกมลวรรณ กล่าวทิ้งท้าย

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...