นางมะลิ โนนทิง อายุ 64 ปี เจ้าของศูนย์เลี้ยงแมงดา ตั๊กแตน แม่ลิน้ำพองขอนแก่น บ้านโนนเชือก ต.บ้านขาม อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เลี้ยงงแมงดานา กว่า 200 ตัว ที่นำขึ้นมาจากบ่อเลี้ยง หลังจากที่นำมาพักไว้ภายในบ่อที่โครงสร้างทำจากไม้ ล้อมด้วยมุ้งไนลอน ซึ่งแมงดาจำนวนนี้เป็นแมงดานาตัวผู้และตัวเมีย อายุระหว่าง 5-7 เดือน ที่เตรียมไว้ขายให้กับลูกค้าทั้งในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง ที่ต้องการนำไปเพาะขยายพันธุ์ต่อ โดยการเพาะเลี้ยงแมงดานานี้ เป็นอาชีพที่นางมะลิ ยึดเป็นอาชีพหลักและเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับครอบครัว มาตั้งแต่ปี 2560
นางมะลิ บอกว่า ก่อนหน้านี้ประกอบอาชีพทำนาเป็นอาชีพหลัก และทำกับข้าวขายตามตลาดนัดคลองถม แต่หลังจากที่พื้นที่ทำนาถูกน้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำ และต้องคอยปั่นจักรยานไปหาตระเวนซื้อแมงดานามาเป็นวัตถุดิบในการทำอาหารไปขาย ซึ่งมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ จากเคยซื้อในราคา 40 ตัว 10 บาท ก็กลายมาเป็น 2 ตัว 10 บาท จนกระทั่งปี พ.ศ.2558 ราคาเพิ่มเป็น 3 ตัว 20 บาท จึงตัดสินใจซื้อแมงดานาที่มาชาวบ้านนำมาขายในตลาดมาไว้มากกว่าปกติ ซึ่งช่วงนั้นแมงดาก็กำลังมีราคาแพง โดยนำมาขังไว้ในกะละมัง ปรากฏว่าวันต่อมาตนเองจะนำเอาแมงดาไปทำอาหาร ก็พบว่า แมงดามีการวางไข่ จึงมีแนวคิดว่าอยากลองเพาะเลี้ยงไว้วัตถุดิบในการทำกับข้าวไปขาย หากได้ผลก็จะไม่ต้องไปซื้อกับคนอื่นอีก
เจ้าของศูนย์เลี้ยงแมงดา ตั๊กแตน แม่ลิน้ำพองขอนแก่น กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาทดลองเพาะเลี้ยงแบบลองผิดลองถูก จนกระทั้งสามารถเพาะเลี้ยงแมงดานาได้สำเร็จ โดยวิธีการเลี้ยงและการเตรียมสถานที่เพาะเลี้ยง เริ่มจากการเตรียมบ่อเลี้ยงจะเป็นปูน ผ้าใบ หรือบ่อดินก็ได้ แต่ต้องขุดบ่อให้มีความลึกไม่ต่ำกว่า 30-50 ซม. จากนั้นหาพืชน้ำ เช่น ต้นข้าว ต้นกก จอด แหน มาใส่ลงในบ่อ ทำมุ้งครอบเพื่อป้องกันแมงดาบินออก เติมน้ำธรรมชาติลงในบ่อ หากเป็นน้ำประปาให้พักน้ำไว้ 4-5 วัน ส่วนอาหารของแมงดา จะเป็นกุ้งขนาดเล็ก ปลาซิว หรือลูกอ๊อด หากได้ตัวที่ยังเป็นๆ อยู่จะดีกว่า
นางมะลิ บอกอีกว่า ส่วนบ่อเลี้ยงจะติดสปริงเกอร์เพื่อสร้างความเย็น โดยเปิด 4-5 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 30-60 นาที งดเว้นการรบกวนจาก คน สัตว์ แสงและเสียง หากแมงดาวางไข่ ให้แยกเอาไข่ออกมารอฟักในบ่ออนุบาล โดยประมาณ 7 วัน ไข่แมงดาก็จะฟักเป็นตัว ก็สามารถเลี้ยงดูแลได้ตามขั้นตอนข้างต้น โดยผู้ที่สนใจสามารถเดินทางมาศึกษาดูงานที่ศูนย์ฯ ได้ ทั้งนี้ ครอบครัวหันมายึดอาชีพเลี้ยงแมงดานาขายมาตั้งแต่ประมาณปี 2560 ทำให้ฐานะทางครอบครัวดีขึ้น มีรายได้จากการขายพ่อแม่พันธุ์แมงดา และขายแจ่วบองแมงดา เดือนละประมาณ 30,000-40,000 บาท
ปัจจุบันแจ่วบองแมงดาขายดีมาก มีลูกค้าสั่งซื้อจนทำแทบไม่ทัน เนื่องจากแจ่วบองแมงดาสูตรของตนเองมีรสชาติอร่อยกลมกล่อม โดยปลาร้าที่นำมาทำแจ่วบอง จะเป็นปลาร้าปลาตะเพียนที่หมักไว้อย่างน้อย 2 ปี นำมาโขลกเข้ากับสมุนไพร ปรุงรสตามสูตร และที่ขาดไม่ได้คือ แมงดานาที่เป็นส่วนผสมที่ให้กลิ่นที่หอมเย้ายวน เป็นที่ติดอกติดใจของลูกค้า โดยจะนำปลาร้าบองแมงดาที่ทำเสร็จบรรจุใส่กระปุก ขายกระปุกละ 60 บาท และ 100 บาท สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊กชื่อ ศูนย์เลี้ยงแมงดาแม่ลิขอนแก่น เพจจริง.








