หน้าแรกข่าวล่าสุดเสารับน้ำหนักไม่ไหว เจดีย์วัดล้านขวด แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังพังถล่มทั้งหลัง

เสารับน้ำหนักไม่ไหว เจดีย์วัดล้านขวด แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังพังถล่มทั้งหลัง

-

เจดีย์วัดล้านขวด อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง กำลังก่อสร้างไปได้ประมาณ 80% พังถล่มราบคาบลงมาทั้งหลัง ยังดีเหตุเกิดช่วงกลางดึกไม่มีใครอยู่ในเจดีย์ คาดเสารับน้ำหนักไม่ไหว วัดเดินหน้าก่อสร้างใหม่เพื่อใช้เก็บอัฐิหลวงปู่ลอด

วานนี้( 23 เมษายน 2567) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ศาลาภายในวัดล้านขวด ตำบลสิ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของอำเภอขุนหาญ และของจังหวัดศรีสะเกษ ได้พังถล่มลงมาทั้งหลัง จึงเดินทางไปตรวจสอบ

พบกับ พระไวพจน์ ธรรมะปาโร รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดล้านขวด ได้พาผู้สื่อข่าวดูสภาพความเสียหายของศาลาที่กำลังก่อสร้างเป็นเจดีย์ ประดับประดาด้วยขวดแก้วนับแสนนับล้านขวด แต่เกิดพังทลายลงมา โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

พระไวพจน์ ธรรมะปาโร รักษาการเจ้าอาวาสวัดล้านขวด เล่าว่า ศาลาหลังนี้จะสร้างเป็นเจดีย์บรรจุอัฐิธาตุ และอัฐบริขาร พระครูวิเวก ธรรมาจารย์ หรือ หลวงปู่ลอด อดีตเจ้าอาวาสวัดล้านขวด ผู้ก่อตั้งวัดล้านขวด จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก โดยเจดีย์พังถล่มลงมาเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. ซึ่งขณะนั้นอาตมาได้ยินเสียงดังคล้ายอะไรถล่ม จึงพากันออกมาดูจึงเห็นว่าเจดีย์ที่กำลังก่อสร้างนั้นถล่มลงมาราบคาบ โชคดีตอนพังถล่มไม่มีใครอยู่ภายในศาลาเจดีย์

“ส่วนตัวอาตมาคิดว่าสาเหตุที่ทำให้เจดีย์ถล่มลงมานั้น เนื่องจากเสามีขนาดเล็ก อาจจะรับน้ำหนักหลังคาที่ปั้นเป็นรูปเจดีย์ไม่ไหว จึงเกิดการถล่มลงมาพังเสียหาย โดยเจดีย์หลังนี้เพิ่งก่อสร้างได้ประมาณ 8 เดือน ด้วยงบประมาณ 500,000 บาท จากแรงศรัทธาของพ่อแม่พี่น้องที่เดินทางมาเที่ยวร่วมบริจาค ก่อนที่เจดีย์จะถล่มนั้น ได้ก่อสร้างไปแล้วประมาณ 80% เหลือแต่ตกแต่งภายใน ตีฝ้าให้สวยงาม ถ้าแล้วเสร็จก็จะได้เตรียมเอาอัฐิของหลวงปู่ลอดขึ้นมาประดิษฐานไว้ แต่ก็มาถล่มเสียก่อน ถึงอย่างไรก็ตามทางวัดก็จะต้องดำเนินการรื้อถอนเจดีย์ที่ถล่มออก และเริ่มก่อสร้างขึ้นมาใหม่ให้แล้วเสร็จต่อไป”

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...