บางครั้งชีวิตรู้จักเรียนรู้ ศึกษาหาสิ่งใหม่ จากการเก็บเกี่ยวประสบการณ์สิ่งใกล้ตัว รู้จักนำมาสร้างสรรค์ผลงาน พลิกแพลงสร้างไอเดียใหม่ๆ ผลิตสินค้าแฟชั่น สามารถสร้างรายได้เข้ากระเป๋าได้ไม่อยาก ดังเช่นแนวคิด “ธนกร สดใส” ประธานวิสาหกิจชุมชน ช่างสกุลบายศรีได้เล่าว่า ตระกูลของตนเองนั้นมาจากสกุลบายศรีรุ่นที่4 รากเหง้าเป็นคนโพธาราม จ.ราชบุรีมาโดยกำเนิด
ในสมัยเด็กๆ ได้นำกาบกล้วยมาทำบายศรีใช้ในการทำพิธีกรรมต่างๆ จึงกำเนิดมาเป็น “แบรนด์ตานี สยาม”ขึ้นมา เพราะว่าต้นกล้วย ใบกล้วย กาบกล้วย สามารถนำมาสร้างคุณประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะกล้วยตานี ที่นำใบมาใช้การทำบายศรีตั้งแต่สมัยโบราณ มีเรื่องเล่าขานมากมาย ตามประวัติศาสตร์ สามารถนำมาแปรรูปจากส่วนอื่นๆพัฒนาเป็นสินค้าแฟชั่นได้ไม่ยาก
ธนกร กล่าวว่าตนจบการศึกษามาทางสายเทคโนโลยีสิ่งทอ จากมหาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตชุมพรอุดมศักดิ์ ได้นำองค์ความรู้จากสองดีเอ็นเอ (DNA) มาผสมผสานเข้าด้วยกัน จึงได้สร้างนวตกรรมใหม่ขึ้นมา เพื่อนำกาบกล้วยตานี เป็นกล้วยสายพันธุ์ท้องถิ่นไทยมาแปรรูปทำเป็นชิ้นส่วนกระเป๋า
ส่วนแนวคิดการออกแบบได้จากแรงบันดาลใจ จากวัฒนธรรมท้องถิ่นมาใช้กับภูมิปัญญาชาวบ้าน เพื่อผลิตกระเป๋าแฟชั่น ด้วยเทคนิด พับ จับ จีบ ซึ่งสอดคล้องกับไอเดียเดียวกัน การทำบายศรี โดยนำมาใบตองมาพับ ส่วนกระเป๋าใช้กาบกล้วยตานีมาใช้แทนหนังและวัสดุสังเคราะห์ได้ แค่น้ำยางพารา นำยางกล้วยมาผสมให้เกิดความแข็งแรง ทนทาน และยืดหยุ่นได้
นับตั้งแต่ปี2557 เป็นต้นมา เริ่มดำเนินการทำตลาดกระเป๋าแฟชั่น ซึ่งไอเดียการออกแบบจะต้องมีประโยชน์ใช้สอยได้มากสุด เหมือนกระเป๋าสะพายทั่วไป แต่มีความคลาสสิกที่เลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติมาเป็นองค์ประกอบ ดูเหมือนกระเป๋าแฟชั่น ที่ทันสมัย เมื่อนำมาสะพายหรือถือ จะเข้ากับเสื้อผ้าที่สวมใส่ ตอนนี้การทำตลาดในประเทศ ค่อนข้างดี ซึ่งลูกค้าที่ได้เห็นการพัฒนาฝีมือและงานดีไซน์ จนเกิดความสนใจ
รวมทั้งตลาดต่างประเทศ อย่างที่ดูไบมีสั่งซื้อสินค้า กลยุทธ์หลักการสร้างแบรนด์ จะออกงานแฟร์ที่จัดขึ้นตามสถานที่ต่างๆ ทั้งหน่วยงานรัฐแนะนำมา รวมทั้ง ออกไปโชว์ตามงานแฟชั่นระดับโลก อย่างที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีลูกค้าประเทศสวิตเซอร์แลนด์ให้ความสนใจ ซึ่งระยะปีหลังๆมานี้ กระแสตอบรับดีในอนาคต จะแตกไลน์สินค้าผลิตเครื่องประดับด้วย








