เคยได้ยินเสียงเพลง สาลิกา กิ่งทอง “ยามเย็นเดินแล่นชายทุ่ง ผ้าขาวม้าคาดพุง นุ่งกางเกงขายาว” เนื้อหาบทเพลงที่ได้ยินคุ้นหูกันมาตั้งแต่เด็กๆมีความหมายกินใจไม่น้อย สำหรับ “ผ้าขาวม้าแบบไทยๆ” ซึ่งเป็นสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่มีคุณประโยชน์มากมายไม่เพียงแค่ใช้เช็ดเหงื่อ เช็ดตัว หรือใช้นุ่งห่ม วันนี้ผ้าขาวม้า จากฝีมืชาวบ้าน กำลังกลายเป็นสินค้าขึ้นห้าง และส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศแล้ว
รัฐบาลหลายยุคสมัย มองเห็นคุณประโยชน์การใช้งานผ้าขาวม้า นำมาแปรรูปต่อยอดทำเสื้อผ้า เนคไท กางเกง หรือดึงเอาแนวคิดลวดลายผ้าขาวม้าไปออกแบบ ตกแต่งผ้าหุ้มเฟอร์นิเจอร์ ตกแต่งผ้าม่าน ใช้ทำผ้ารองจานอื่นๆได้อีกมากมาย อย่างน่าศึก แม้แต่ภาพนายกรัฐมนตรี “เศรษฐา ทวีสิน” สวมเนคไทลวดลายผ้าขาวม้าเข้าสภาฯ กลายเป็นเทรนแฟชั่นใหม่ ดูดีไม่ธรรมดาอีกแล้ว
ที่น่าสนใจ วันนี้ทั่วทุกภาคของประเทศ มีผู้ประกอบการผลิตผ้าขาวม้ากันมากมาย จากข้อมูลผู้ประกอบการผ้าขาวม้า ที่อยู่ในกรมส่งเสริมสนับสนุนของกระทรวงพาณิชย์ จำนวน 544 ราย ปรากฎว่า ภาคอีสานมี 470 รายมากสุด, รองลงมาภาคกลาง 34 ราย ภาคตะวันตก 19 ราย ,ภาคเหนือ 14 ราย ภาคใต้ 5ราย และภาคตะวันออก 2 ราย
ที่น่าสังเกตุ ช่วงที่มีงานอีเว้นต์ใหญ่ๆ ต้อนรับแขกบ้าน แขกเมือง งานประชุมสัมมนา จะนำผ้าขาวม้าแบบไทยๆ มาตกแต่งสถานที่ดูสวยงาม บ่งบอกความเป็นท้องถิ่นและรักษ์ไทย แถมยังนำมาเป็นของที่ระลึกแจกจ่ายให้กับแขกที่มาร่วมงานเป็นอย่างดี และมีคุณค่ามาก จนทำให้เมื่อมีงานประเพณีแถวภาคอีสาน จะมีผ้าขาวม้าติดไม้ ติดมือกลับบ้านไปทุกคน
ภาพสะท้อนสินค้าท้องถิ่นแบบนี้ ย่อมบ่งบอกให้เห็นถึงของดีเมืองไทย ถ้าหากรัฐหันมาสนับสนุนกันอย่างจริงจัง ย่อมสร้างโอกาสให้คนชนบทมีรายได้ไม่น้อย อย่างล่าสุดนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ต่อยอดส่งเสริมผ้าขาวม้าที่กลายเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านท้องถิ่นไทยได้รับรู้กัน
โดยมีการโชว์จุดแข็งผ้าขาวม้า “ใช้หน้าร้อนเย็นสบาย ใช้หน้าหนาวช่วยให้อบอุ่น” พร้อมกันนั้น ได้มีการต่อยอดสนับสนุนผู้ประกอบการชุมชนผู้ผลิตผ้าขาวม้าให้มีความเข้มแข็ง เพื่อสร้างรายได้และสร้างอาชีพให้กับชุมชน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนในแต่ละท้องถิ่นให้มีความแข็งแกร่ง
แนวทางหลักที่ทางกรมฯมองการณ์ไกล จะสร้างแผนการตลาดให้คือ การให้องค์ความรู้และพัฒนาทักษะเพิ่มเติม พร้อมกันนั้น จัดกิจกรรมเจรจากับคู่ค้า และซัพพลายเออร์รายใหญ่ของประเทศ เพื่อที่นำผ้าขาวม้าไปจำหน่ายยังศูนย์การค้า และร้านค้าเทรดเดอร์ ที่ร่วมเจรจาธุรกิจให้นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติได้ซื้อกลับไปเป็นของฝาก โดยจะเน้นแนวทาง “ตลาดนำการผลิต”
พร้อมกันนั้น จะนำไปออกงานแสดงจำหน่ายสินค้าตามสถานที่ต่างๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขาย และขยายตลาดของผู้ประกอบการ เพื่อเพิ่มพันธมิตรใหม่ๆช่วยฝึกทักษะในการเจรจาสินค้า นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้แตกไลน์สินค้า ทั้งเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องแต่งกาย ของใช้ตกแต่งบ้าน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม และช่วยเปิดทางให้ผ้าขาวม้าไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
ไม่เพียงแค่นั้น ยังสนับสนุนให้ผู้ประกอบการได้หันมาใช้ช่องทางออนไลน์ขายสินค้า เพื่อเพิ่มศักยภาพการตลาด และเพิ่มช่องทางที่หลากหลายมากขึ้น อย่าลืมว่า วันนี้เนื้อผ้าขาวม้า สามารถใช้ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน เพิ่มสีสันสวยงามได้หลากหลาย ดูทันสมัย จากเดิมแค่มองว่า เป็นสินค้าพื้นเมืองในแต่ละท้องถิ่น วันนี้ผ้าขาวม้าไทย กำลังโกอินเตอร์ ให้ชาวต่างชาติสวมใส่กัน ไม่แพ้ใครในโลก








