Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดกระตุ้นไทยเที่ยวไทย ฉลองสงกรานต์21วันเงินสะพัดหมื่นล้าน

กระตุ้นไทยเที่ยวไทย ฉลองสงกรานต์21วันเงินสะพัดหมื่นล้าน

-

ปิดฉากลงไปแล้ว งานไทยเที่ยวไทย 2568 ที่ผ่านมา เป็นงานใหญ่ระดับชาติของกระทรวงการท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ถ้าใครได้ไปเที่ยวงานนี้บอกเลยว่า หลายๆคนต้องชื่นชอบ นอกจากที่ได้สัมผัสกับแหล่งท่องเที่ยวทุกภาคที่นำมาโชว์ในแต่ละโซนแล้ว ยังได้ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวที่ครบถ้วน แถมได้รับประทานอาหารท้องถิ่น ของดีแต่ละจังหวัดกันอิ่มท้องในราคามิตรภาพ แต่ละร้านขึ้นชื่อนำมาเปิดบูทขายกันในงาน ภายในศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บางคนยังซื้อกลับบ้านไปเป็นของฝาก

ยิ่งใครที่ชอบเครื่องแต่งกายแฟชั่น เครื่องประดับ เสื้อผ้า ที่กลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ ถูกนำมาโชว์แสดงให้ดูกัน อย่างวัฒนธรรมท้องถิ่นของแต่ละภาคที่หาดูได้ยาก จนกลายเป็นอัตลักษณ์ในแต่ละจังหวัด ได้นำมาประชันกันสนั่นกึกก้อง ทั้งภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคอีสาน สร้างความประทับใจผู้ชมงานอย่างมาก

ยิ่งเมืองไทยช่วงนี้ อากาศร้อนตับแตก และอยู่ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หลายๆคนแวะไปดูแหล่งท่องเที่ยวตามจังหวัดต่างๆ เพื่อชวนครอบครัว และเพื่อนๆไปเที่ยวไทยกันช่วงซัมเมอร์  บอกเลยว่าเราคนไทยภูมิใจไม่น้อย ที่เมืองไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวงดงาม ทั้งทางบก ทางน้ำ รวมถึง เรื่องอาหารการกินที่ราคาไม่แพง อีกทั้ง การคมนาคมสะดวก คล่องตัว รวดเร็วทุกเส้นทาง

ภาพคนไทยไปเที่ยวงานจำนวนมากแบบนี้ ย่อมสะท้อนให้แผนงานรัฐบาลได้ชัดเจนว่า กระแสการตื่นตัวคนไทย อยากหันมาท่องเที่ยวเมืองไทยสูงมาก แถมยังชวนเพื่อนๆต่างประเทศกลับมาเที่ยวไทยกัน ยิ่งวันหยุดยาวในเดือนเมษายนนี้ น่าจะกระตุ้นท่องเที่ยวในระดับภูมิภาคคึกคัก ซึ่งตอนนี้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้จัดเวิร์คชอป ระดมสมอง ทั้งตัวแทนภาครัฐ เอกชน เพื่อที่ยกระดับเมืองไทยสู่การเป็นศูนย์การท่องเที่ยว (Tourism Hup) เพื่อที่ดึงรายได้เข้าประเทศอย่างทุกมิติ

ขณะเดียวกัน เรื่องการท่องเที่ยว ถือว่าเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล ที่จะร่วมมือกันทั้งภาครัฐและเอกชน  เพื่อขับเคลื่อนทิศทางให้ได้ตามเป้าหมาย โดยปี 2568 นี้ จะมีแผนที่จะดึงนักท่องเที่ยวมาใช้จ่ายเพิ่มขึ้นกว่าปี 2567  ทางรัฐบาลตั้งเป้าหมายทำรายได้รวมการท่องเที่ยวไว้ที่ 3.5 ล้านล้านบาท

พร้อมกันนั้น หลังจากที่มีการประชุมเวิร์กช้อปภาคการท่องเที่ยวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้มีการออก 4 มาตรการ ประกอบด้วย 1. ทุกจังหวัด ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง ต้องเป็นเมืองท่องเที่ยว 2. ประเทศไทยจะไม่หลับไหล 3. ผลักดันการท่องเที่ยวให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลาง One Visa Free Your Destination ฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีน คาซัดสถาน อินเดีย และไต้หวัน เพื่อรองรับฐานนักท่องเที่ยวกว่า 2,900 ล้านคน และ 4. แก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคการท่องเที่ยว อาทิ เรื่องการเปิดสถานบริการ  และเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

สำหรับเป้าหมายการทำงานในอนาคต ททท.มีแผนงานที่จะดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาไทยไม่น้อยกว่า 39 ล้านคนภายในปี 2568 ส่วนเป้าหมายในปี 2567 ททท.มีแผนดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยอย่างน้อย 35 ล้านคน อย่างในเดือนเมษายนนี้ เข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ นางฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าททท. ทางภาครัฐได้ทยอยจัดงานเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 1-21 เม.ย.นี้ เป็นเวลา 21วัน  ตามพื้นที่จังหวัดต่างๆ เพื่อร่วมอนุรักษ์และสืบทอดประเพณีอันงดงาม พร้อมกับส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนตามโครงการเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2567

ถือว่าเป็นการตอบสนองภายหลังองค์การยูเนสโก มอบประกาศนียบัตร รับรองประเพณีสงกรานต์ไทยขึ้นเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุตย์ชาติอย่างเป็นทางการด้วย คาดการณ์กันว่ารายได้ตั้งแต่ช่วงสงกรานต์เดือนเมษายนนี้ จะมีการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศประมาณ15.03 ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 52,500 ล้านบาท อัตราการเข้าพักเฉลี่ย 78เปอร์เซ็นต์

พร้อมกันนั้น งานเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ ในวันที่11-15เมษายนนี้ บริเวณท้องสนามหลวง ได้นำเสนอภาพลักษณ์ความสวยงามของประเพณีสงกรานต์ ด้วยขบวนพาเหรดมหาสงกรานต์กว่า20 ขบวน อาทิ ขบวนรถพระพุทธรูป, ขบวนเทพีสงกรานต์, ขบวนพาเรด 16 จังหวัด พร้อมกับจัดกิจกรรมศิลปวัฒนธรรม อัตลักษณ์ประเพณีสงกรานต์5 ภาค และซอฟต์พาวเซอร์ไทยอีกด้วย

นอกจากนี้ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ททท.จัดทำโครงการ 72 ศรัทธานำทาง เส้นทางนำเที่ยว ด้วยการนำเสนอ 72 เส้นทางแห่งศรัทธา เพื่อเสริมสิริมงคล และสร้างความรุ่งเรืองให้กับชีวิต โดยการเชื่อมโยงชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว ทั้งเส้นทางไหว้พระธาตุ,เส้นทางตามรอยพระเถราจารย์ และเส้นทางขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้คนไทยได้ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในช่วงปีใหม่ไทย พร้อมยังแนะนำร้านอาหารอร่อยในแต่ละท้องถิ่นให้ได้ชิมด้วย

แหม่.. บอกเลยว่าไทยเที่ยวไทย โครงการดีๆแบบนี้ คนไทยไม่ต้องบินไกลไปเที่ยวต่างประเทศ ลองค้นหาแหล่งท่องเที่ยวดีๆ ที่ชื่นชอบในแต่ละสไตล์ของแต่ละคน อย่างน้อยเงินบาทไม่รั่วไหลไปต่างประเทศ ภาครัฐเองได้ร่วมโปรโมทกันและออกแคมเปญการตลาดต่างๆอย่างเต็มที่ เพื่อที่กระตุ้นเศรษฐกิจไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

“ครูกนกพร เอี่ยมสุวรรณ”แม่พิมพ์ผู้ปั้นจิตกรเด็กเล่าเรื่องท้องถิ่นราชบุรี

นักเรียนโรงเรียนบ้านหนองโกมีนักเรียนทั้งหมดเพียง 47 คน ฝึกฝนการปั้นดินน้ำมันแข่งขันประติมากรรมระดับ คว้าเหรียญทองระดับเขตมาครองเมื่อปีที่แล้ว  ปีนี้มีแนวคิดใช้ดินน้ำมันปั้นสื่อออกมาเป็นคำขวัญประจำจังหวัดราชบุรี ได้สวยงามเพื่อส่งเข้าประกวดอีกครั้ง เด็ก ๆ ระดับประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 โรงเรียนบ้านหนองโก  ต.หนองพันจันทร์  อ.บ้านคา จ.ราชบุรี กำลังใช้ดินน้ำมันหลากสีสันประดิษฐ์ตกแต่งภาพนูนสูงเป็นการใช้จินตนาการของตัวเอง โดยมีนางสาวภัทรภร  สรวงสรรเพชร ครูวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ เป็นผู้ฝึกสอนแก่เด็ก ๆ เพื่อเตรียมเข้าร่วมส่งประกวดแข่งขันศิลปะหัตถกรรมนักเรียนประจำปี 2569...