หน้าแรกข่าวล่าสุดอันซีนโคราช “ละลุ ครบุรี”มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ มาแล้วจะหลงมนต์เสน่ห์

อันซีนโคราช “ละลุ ครบุรี”มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ มาแล้วจะหลงมนต์เสน่ห์

-

สภาพที่ดินของ “ไท แดงดี” วัย 54 ปี ชาวบ้านหนองหว้า ต.เฉลียง อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ประมาณ 1 งานเศษ ซึ่งอยู่บริเวณเชิงเขาและเป็นจุดที่มีทางน้ำไหลผ่านยามฝนตกเป็นประจำ จนชะล้างและทำให้ดินส่วนหนึ่งเกิดยุบตัวและพังลง แต่ดินส่วนที่แข็งส่วนใหญ่ยังคงสภาพอยู่ จนทำให้เกิดเป็นศิลปทางธรรมชาติที่มีลักษณะคล้ายกันกำแพงดิน ที่บางคนเรียกกันว่าแกรนแคนย่อน หรือละลุ ที่สวยงามอย่างมาก สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่พบเห็น ที่ไม่มีใครพลาดจะไปเก็บภาพเป็นที่ระลึกทุกคน และพากันเรียกชื่อสถานที่แห่งนี้ว่า “ละลุ ครบุรี”

ชื่อ ละลุ นั้น เป็นชื่อที่ชาวบ้านในพื้นที่เรียกตามกันมาจนเริ่มติดปาก โดยละลุ เป็นภาษากัมพูชา ที่แปลว่า ทะลุ เป็นชื่อที่ใช้เรียกพื้นที่ในลักษณะนี้ในหลายๆจุดที่มีการค้นพบอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งละลุครบุรีนั้น เพิ่งมีกลุ่มผู้ปั่นจักรยานในพื้นที่ผ่านเข้ามาพบ มีลักษณะเป็นพื้นดินลูกรังผสมหินทราย ตั้งขวางทางน้ำใต้สำนักสงฆ์ภูพระหัตถ์ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา มีเนื้อที่ประมาณ 1 งาน บริเวณรอบข้างพื้นที่มีร่องรอบน้ำไหลกัดเซาะจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูฝน ทำให้เกิดเป็นรูปร่างต่างๆสร้างความสวยงามตามธรรมชาติ ส่วนด้านบนซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักสงฆ์ภูพระหัตถ์ ก็จะเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของตำบลเฉลียงจากมุมสูงได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีรอบพระพุทธบาทจำลองและเจดีย์พระธาตุอริยมรรคผลญาณ จนมีการถ่ายรูปมาโพสต์แชร์ลงบนโลกโซเชียล และกลายเป็นจุดท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอำเภอครบุรี และจังหวัดนครราชสีมาไปแล้ว

นายไท แดงดี เจ้าของที่ดินซึ่งเกิดเป็น ละลุครบุรี บอกว่า ที่ดินบริเวณนี้ เป็นจุดที่มีน้ำไหลผ่านจะกลายสภาพเป็นอย่างที่เห็น จะใช้ทำประโยชน์หรือปลูกอะไรก็ไม่ได้ เพราะเมื่อน้ำหลากก็จะกัดเซาะเอาดินออกไปจนหมด จึงต้องปล่อยให้อยู่ในสภาพนี้ เมื่อเห็นว่ามีคนชื่นชอบและแวะเวียนมาเที่ยวชมเป็นประจำ ก็รู้สึกดีใจ และตั้งใจที่จะปล่อยเอาไว้ในสภาพนี้ต่อไป เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่สนใจได้มาเยี่ยมชมตามอัธยาศัย ซึ่งก็ถือเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวของเมืองครบุรีอีกทางหนึ่งด้วย.

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ /// นครราชสีมา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...