Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดเดือดร้อนหนัก!พายุหมุนถล่ม 4 หมู่บ้านกบินทร์บุรีบ้านเรือนพังยับ 22 หลัง

เดือดร้อนหนัก!พายุหมุนถล่ม 4 หมู่บ้านกบินทร์บุรีบ้านเรือนพังยับ 22 หลัง

-

ปราจีนบุรี–พายุหมุนถล่ม 4 หมู่บ้าน ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี 2 วันซ้อน พัดบ้านพัง 22 หลังคาเรือน หน่วยราชการลงพื้นที่ดูแลเร่งด่วนแล้ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นเนื่องจากเหยื่อประสบวาตภัยไร้ที่อยู่อาศัย

เมื่อวันที่ 30 มี.ค.67ผู้สื่อข่าวจังหวัดปราจีนบุรีรายงานว่า ได้รับการร้องทุกข์ชาวบ้านพร้อมได้รับ ภาพกล้องวงจรปิดจับภาพพายุฤดูร้อน –หมุนพัดบ้านเรือนประชาชน พังเสียหาย 22 ครัวเรือน ในพื้นที่หมู่ที่ 21 ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทราบรายละเอียดเบื้องต้นว่า เมื่อคืนวานนี้ ( 29 มี.ค.) ได้เกิดพายุฝนตกหนัก และพร้อมกับ ลูกเห็บตกอย่างรุนแรงจนหลังคาบ้านประชาชนเสียหายเกือบครึ่งหมู่บ้าน ได้มาสอบถามประชาชนที่ได้รับการเดือดร้อนจากพายุหมุนพัดบ้านเรือนเสียหาย

ป้าเปี่ยม โพธิ์ศรี อายุ 65 ปี กล่าวว่า อยู่บ้านเลขที่ 36 หมู่ที่ 21 สภาพบ้านถูกพายุหมุนพัดเอาหลังคาบ้านปูนชั้นเดียวตกไปกองอยู่ที่ป่ายางที่อยู่ติดกับรั้วบ้าน โดยตอนแรกฝนตกและอึดใจต่อมามีพายุหมุนส่งมาที่หน้าบ้าน ชั่วพริบตาลมได้หอบเอาสังกะสีหลังคาบ้านพับปลิวออกไปทั้งหลัง รู้สึกตกใจและกลัวมากนับว่าโชคดีไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ด้านนางบุษบา งาหอม อยู่บ้านเลขที่ 97 หมู่ที่ 21 กล่าวว่า ขณะที่นั่งอยู่ภายบ้านพักชั่วคราวได้เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างหนักและพัดบ้านพังลงต่อหน้าต่อตา จึงพาลูกวิ่งหนีออกมาได้ทันตกใจและกลัวมากขณะที่ลมพัดมาพังบ้าน

นางสำรวย กล้าแข็ง อยู่บ้านเลขที่ 95 ที่ 21 กล่าวว่า ขณะที่เกิดฝนตกพักผ่อนอยู่บ้านกับลูกชาย 2 คน ขณะนั้นเกิดพายุฝนแรงขึ้นเรื่อยๆและลมพัดแรงขึ้นตามลำดับ และลมได้พัดเอากล้องวงจรปิดหมุนขึ้นทางหลังคาบ้าน พัดเอาสังกะสีบ้านเปิดไปนับ 10 แผ่น และเรียกลูกเข้ามาหาและนั่งอยู่ใกล้ๆด้วยความกลัว ฝนตกหนักมีลมหมุนแรงมากผัดข้าวของกระจัดกระจาย

หลังเกิดเหตุทางผู้ใหญ่บ้านและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวังท่าช้าง (ส.อบต.) ได้เข้ามาสำรวจความเสียหายในเบื้องต้นแล้ว และอยากให้ทางอบต.เร่งให้การช่วยซ่อมแซมบ้านให้เร็วที่สุด

ขณะนางรำพึง งาหอม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 21 กล่าวว่า บ่ายวานนี้ ( 29 มี.ค.) ได้เกิดพายุฝนตกหนัก หลังฝนหยุดตกช่วงค่ำได้รับแจ้งจากลูกบ้านว่าลมพัดบ้านพังเสียหายหลายหลังคาเรือน จึงออกตรวจสอบและรายงานให้ทางฝ่ายปกครองทราบรวมถึงแจ้งอบต.ให้ออกมาสำรวจ เพื่อที่จะช่วยเหลือประชาชนที่ผูกพายุพัดบ้านพังเสียหายโดยเร็ว

และเมื่อช่วงเย็นวันนี้ ( 30มี.ค.) เกิดฝนตกหนักและพายุหมุนพัดอีกรอบ พบหลังคาร้านขายของของชาวบ้านหมู่ที่ 11 พังเสียหาย 1 หลัง เจ้าของบ้านคือนายสุรชัย เศษทนันท์ กล่าวว่า เมื่อช่วงเย็นวันนี้ (30มี.ค.) ที่ผ่านมาเกิดฝนตกและมีลมหมุนเป็นช่องตรงมาที่เพิงขายของ แรงลมหมุน ทำให้เพิงขายของริมทางพังลงกองกับพื้นต่อหน้าต่อตา นับว่าโชคดีที่ไม่มีคนได้รับบาดเจ็บ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม เวลา 21.50 น. ได้รับแจ้งจากกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย จ.ปราจีนบุรี (กอ.ปภ.จ.ปราจีนบุรีจังหวัดปราจีนบุรี ) ได้แจ้งรายงานดังกล่าวต่อนายรณรงค์ นครจินดา ผวจ.ปราจีนบุรี ก่อนหน้าแล้ว ระบุข้อความ แจ้งว่า …

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย จ.ปราจีนบุรี (กอ.ปภ.จ.ปราจีนบุรีจังหวัดปราจีนบุรี ) โดย สนง.ปภ.จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจากอำเภอกบินทร์บุรี ว่า วันที่ 29 มี.ค.67 เวลา 15.00 น. ได้รับรายงานจากผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 17 21 และหมู่ที่ 22 ว่า เกิดเหตุพายุฤดูร้อน มีฝนตก และลมกระโชกแรง ในพื้นที่ ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี ส่งผลให้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย ดังนี้
หมู่ที่ 17 บ้านเรือนได้รับความเสียหาย จำนวน 12 หลัง
หมู่ที่ 21 บ้านเรือนได้รับความเสียหาย จำนวน 14 หลัง
หมู่ที่ 22 เสาไฟฟ้าล้ม จำนวน 2 ต้น

การให้ความช่วยเหลือ นางวัชราภรณ์ แตงหมี นายอำเภอกบินทร์บุรี มอบหมายให้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอกบินทร์บุรี ปักเสาและเดินสายไฟเพื่อจ่ายกระแสไฟให้แก่ประชาชน หมู่ที่ 22 ต.วังท่าช้าง และมอบหมายให้ อบต.วังท่าช้าง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือตามระเบียบราชการต่อไป

โดย… มานิตย์ สนับบุญ – ข่าว /ทองสุข สิงห์พิมพ์ – ภาพ / ปราจีนบุรี

 

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

สืบสานตำนาน “รำมวยโบราณสกลนคร” เชิดชูบรมครู ‘จำลอง นวลมณี’ต่อยอดมรดกไทยสู่หลักสูตรท้องถิ่น

"​สกลนคร"ถือเป็นเรื่องราวที่สร้างความภาคภูมิใจและรอยยิ้มให้กับชาวสกลนครเป็นอย่างยิ่ง เมื่อกลุ่มศิษยานุศิษย์ของ "คุณตาจำลอง นวลมณี" บรมครูแห่งศาสตร์และศิลป์มวยโบราณสกลนคร (บุคคลดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาการแสดงพื้นบ้านและนันทนาการ ประจำปี ๒๕๒๙) ผู้ริเริ่มประดิษฐ์คิดค้นท่า “รำมวยโบราณ” อันเป็นเอกลักษณ์ ได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญเพื่อต่อลมหายใจมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าแขนงนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาและยั่งยืนอีกครั้ง ​จากจุดเริ่มต้นของการรวบรวมข้อมูลและจัดทำผังสาแหรกผู้สืบทอดวิชาในรุ่นต่างๆ ล่าสุด คณะศิษย์ที่ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง "ชมรมมวยโบราณสกลนคร" ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนและการรับรองจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร ให้เป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง พร้อมเปิดประตูแห่งการเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การแสดง “รำมวยโบราณ” ให้แก่นักเรียน...