Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดต้นทุนพุ่ง ธุรกิจข้าวนึ่งจ่อขยับราคา หลังข้าวสารขึ้นตันละ 1.1 หมื่น

ต้นทุนพุ่ง ธุรกิจข้าวนึ่งจ่อขยับราคา หลังข้าวสารขึ้นตันละ 1.1 หมื่น

-

ภายหลังนายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรกรไทย ออกมาระบุว่า ราคาข้าวของไทยในปีนี้ถือว่าดีที่สุดในรอบ 16 ปี โดยเป็นผลมาจากปัญหาภัยแล้ง และการระงับการส่งออกข้าวของประเทศอินเดีย ทำให้ความต้องการนำเข้าจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นส่งผลให้ราคาข้าวสารในไทยปรับขึ้นเป็นตัน ละ 1.1 หมื่นบาท ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจข้าวนึ่งเตรียมปรับราคาขายเป็น 3 ถ้วย 10 บาทเพื่อให้สอดคล้องกับราคาต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น

นายสมชาย รักษาดี อายุ 48 ปี ชาวบ้าน ต.หนองโพ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี หนึ่งในผู้ประกอบการร้านขายข้าวนึ่ง กล่าวว่า ครอบครัวตนเปิดร้านขายข้าวนึ่งมาแล้ว 25 ปี ขั้นตอนในการนึ่งข้าว ทางร้านจะใช้เศษไม้ที่ซื้อมาจากร้านไม้เก่าในราคากระสอบละ 120 บาท ทดแทนการใช้แก๊สหุงต้ม ซึ่งนอกจากจะประหยัดต้นทุนแล้ว ยังช่วยให้ข้าวสุกทั่วถึง อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมกว่า ในแต่ละวันต้องซื้อข้าวสาร แบ่งเป็นข้าวสารเจ้าประมาณ 90 กิโลกรัม ข้าวหอมมะลิประมาณ 25 กิโลกรัม ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และข้าวกล้อง อย่างละ 1 กิโลกรัม นำมาผ่านกระบวนการแปรรูปเป็นข้าวนึ่งพร้อมรับประทานในราคา ข้าวเจ้า 1 ถ้วย 3 บาท, 2 ถ้วย 5 บาท ส่วนข้าวหอมมะลิ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และข้าวกล้อง ถ้วยละ 5 บาท

นายสมชาย กล่าวต่อว่า แต่หลังจากช่วงกลางปี 2566 ที่ผ่านมา ปัญหาฝนทิ้งช่วงจากภาวะเอลนีโญ ประกอบกับประเทศอินเดียประกาศระงับการส่งออกข้าว ทำให้ราคาข้าวในตลาดโลกสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาข้าวในประเทศไทยขยับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาข้าวสารเจ้าจากเดิมถังละ 280 บาท (15 กิโลกรัม) ปัจจุบันอยู่ที่ถังละ 350 – 380 บาท และข้าวหอมมะลิจากเดิมถังละ 460 – 480 บาท ปัจจุบันอยู่ที่ถังละ 500 – 520 บาท ส่วนตัวยอมรับว่าราคาข้าวสารที่สูงขึ้น ทำให้รายได้ของร้านลดลง

อย่างไรก็ตาม ทางร้านก็ยังคงเลือกขายในราคาเท่าเดิม เนื่องจากเห็นใจลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงาน แต่หากในอนาคต ราคาข้าวสารมีการขยับราคาขึ้นอีก จนทางร้านอยู่ในภาวะที่แบกรับไม่ไหว ก็คงต้องตัดสินใจปรับราคาขายเป็น 3 ถ้วย 10 บาท ตนได้แต่หวังว่า รัฐบาลจะเข้ามาดูแลให้เกิดความสมดุล ทั้งในส่วนของราคารับซื้อข้าวที่ยุติธรรมให้กับชาวนา ในขณะเดียวกันก็มีมาตรการช่วยเหลือประชาชน จากรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

มันสมองสองมือพลิกดินทรายแห้งแล้ง สร้างสวนทุเรียน เนื้อครีมมี่ เปลือกบาง เม็ดลีบ

ใครจะไปเชื่อว่าพื้นที่ดินทรายอันแห้งแล้งในภาคอีสานจะสามารถเนรมิตให้กลายเป็นสวนทุเรียนเกรดพรีเมียมได้สำเร็จ แต่นางนงนุช ศุภคุณากร อายุ 53 ปี เกษตรกรเจ้าของ "ฟาร์มทุเรียนคุณปู่" ตั้งอยู่ที่บ้านหนองไม้ตาย ตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนนครราชสีมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วด้วยผลสำเร็จในการพลิกฟื้นผืนดินทรายกว่า 50 ไร่ ให้กลายเป็นแหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพเยี่ยมเกือบ 500 ต้น ซึ่งในฤดูกาลนี้พร้อมเปิดสวนต้อนรับนักท่องเที่ยวและคอทุเรียนให้ได้มาลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ นางนงนุช เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของฟาร์มทุเรียนคุณปู่ว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ผืนดินตรงนี้เดิมทีคุณปู่เคยใช้ปลูกต้นสักมาก่อนแต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากต้นสักยืนต้นตายทั้งหมด...