Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดลุยผลักดัน "ควายไทย" เป็น "Soft Power" สร้างรายได้สู่ระดับโลก

ลุยผลักดัน “ควายไทย” เป็น “Soft Power” สร้างรายได้สู่ระดับโลก

-

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) เปิดเผยตามที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งเสริมอุตสาหกรรมควายไทยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยการจัดโรดโชว์จีน เตรียมนำ พี่โก้ เมืองเพชร’ และเพื่อนโชว์เล่นน้ำสงกรานต์กับนักท่องเที่ยว ในระหว่างวันที่ 13-14 เมษายน 2567 ที่ถนนข้าวสาร เพื่อหวังต่อยอดทางเศรษฐกิจและกระตุ้นรายได้ภาคการท่องเที่ยว

นางสาวอัยรินทร์ กล่าวอีกว่า การเลี้ยงควายในประเทศเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น ฝากถึงเกษตรกรให้มองควายเป็นธนาคารเคลื่อนที่ ดอกเบี้ยที่ฝากคือหญ้า โดยเฉพาะควายสวยงาม การรีดน้ำเชื้อขายและผสมพันธุ์ พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ จะสร้างรายได้ให้เกษตรกร และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ เป็นการช่วยสืบสานภูมิปัญญา และวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น (Soft Power) ตามนโยบายของรัฐบาลนายกเศรษฐาฯ อีกด้วย ซึ่งเรื่องนี้ นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำกับดูแลกรมปศุสัตว์โดยตรง ขานรับนโยบายดังกล่าวทันที สั่งการ นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบส่งเสริมและพัฒนาควายไทย เร่งขับเคลื่อนการพัฒนาการผลิตและการตลาดควายไทยให้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ฟื้นฟูระบบนิเวศวิทยา ระบบห่วงโซ่อาหาร และใช้ประโยชน์ในด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการจัดงานมหกรรมกระบือแห่งชาติทุกปี และสนับสนุนการประกวดกระบือ ในพื้นที่ทั่วประเทศ การสร้างเครือข่ายฟาร์มควาย รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ด้านการปรับปรุงพันธุ์ การปลูกพืชอาหารสัตว์ การควบคุมป้องกันโรค ตลอดจนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงควายไทย และเพิ่มมูลค่าสูงขึ้นให้กับประเทศต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

พลิกผืนนาปลูก ‘ผักบุ้งซิ่ง’ ส่งขายร้านหมูกระทะ รายได้สุดปัง!

ท่ามกลางยุคสมัยที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากจำต้องหอบหิ้วความฝันเดินทางออกจากอ้อมกอดของบ้านเกิด มุ่งหน้าสู่เมืองใหญ่เพื่อแสวงหาโอกาสและเข้าทำงานในโรงงาน แต่สำหรับ “โน๊ต - นายวัชรพล วังนุช” และ “ขิม - นางสาวกมลวรรณ แก้วกองนอก” สองสามีภรรยาวัยเพียง 25 ปี แห่งบ้านหนองคันชั่ง ตำบลพระแก้ว อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ พวกเขากลับเลือกเส้นทางชีวิตที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง . เส้นทางของพวกเขาไม่ได้เริ่มจากความสุขสบาย แต่เริ่มจาก “หัวใจที่รักบ้านเกิด” และความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยวที่จะจับมือร่วมหัวจมท้าย สร้างอนาคตขึ้นด้วยสองมือของตัวเองโดยไม่ต้องจากคนที่รักไปไหน คำถามที่ทั้งคู่ตั้งขึ้นในใจก่อนเริ่มต้น...