Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดชาวสวนเห็นใจผู้บริโภคซื้อมะนาวแพง แต่จนใจอากาศร้อน ผลผลิตไม่มีขาย

ชาวสวนเห็นใจผู้บริโภคซื้อมะนาวแพง แต่จนใจอากาศร้อน ผลผลิตไม่มีขาย

-

ชาวสวนมะนาวที่ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เปิดใจ อากาศแปรปรวนทำให้ผลผลิตลดกว่า 80% คาดว่าเดือนเมษายนผลผลิตมะนาวในประเทศจะลดลงไปอีก ราคาจะขยับไปลูกละ 7-8 บาท แม้จะเห็นใจผู้บริโภคเจอมะนาวแพง แต่เกษตรกรก็ไม่มีผลผลิตเก็บไปขาย

นายสุชัช สายกสิกร ประธานแปลงใหญ่มะนาว ต.ดอนไผ่ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี บอกว่า แปลงใหญ่มะนาว ต.ดอนไผ่ เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2546 เพื่อแก้ไขปัญหาต้นทุน และยกระดับคุณภาพของผลผลิต ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 30 ราย มีเนื้อที่รวมกว่า 300 ไร่ ผลผลิตรวมเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 800,000 ลูกต่อปี

นายสุชัช บอกต่อว่า ตามปกติในช่วงเดือนมีนาคมไปจนถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี มะนาวจะมีผลผลิตน้อย ส่งผลให้มีราคาแพง เกษตรกรจึงนิยมทำมะนาวนอกฤดู โดยใช้เทคนิคให้ต้นมะนาวออกดอกในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งจะสามารถเก็บผลและจำหน่ายได้ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ แต่เนื่องจากในช่วงปลายปี 2566 ที่ผ่านมา สภาพอากาศมีความแปรปรวนสูง ทำให้ผลผลิตของกลุ่มในปีนี้ มีปริมาณลดลงกว่าร้อยละ 80 และอย่างในสวนของตน ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตมาแล้วกว่า 2 เดือน โดยราคามะนาวหน้าสวน ปัจจุบันขายส่งขนาดจัมโบ้ 400 ผล/ลัง เฉลี่ยอยู่ที่ผลละ 4.80 บาท ขนาด 500 ผล/ลัง ผลละ 3 บาท ขนาด 600 ผล/ลัง ผลละ 1.80 บาท และขนาด 700 ผล/ลัง ผลละ 1 บาท

จากสถานการณ์ดังกล่าว ดูเหมือนว่าจะเป็นโอกาสทองของเกษตรกรผู้ปลูกมะนาว แต่ถ้าเปรียบเทียบกับราคามะนาวหน้าสวนในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ของปี 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งมะนาวขนาดจัมโบ้ 400 ผล/ลัง มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ผลละ 4.80 – 5.00 บาท ขนาด 500 ผล/ลัง ผลละ 3.80 – 4.00 บาท ขนาด 600 ผล/ลัง ผลละ 2.80 บาท และขนาด 700 ผล/ลัง ผลละ 1.80 บาท จะเห็นว่าราคามะนาวยังไม่ได้มีการขยับตัวสูงขึ้นมากนัก จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า ทำไมราคามะนาวปีนี้สูงไม่เท่าปีก่อนๆ ทั้งที่ผลผลิตออกมาน้อยมาก เป็นไปได้หรือไม่ว่ามีมะนาวจากต่างประเทศเข้ามาฉวยโอกาสในช่วงนี้

ประธานแปลงใหญ่มะนาว ต.ดอนไผ่ อ.ดำเนินสะดวก กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ คาดว่าเดือนเมษายนผลผลิตมะนาวในประเทศจะลดลงไปอีก โดยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาว ราคามะนาวหน้าสวนขนาดจัมโบ้ อาจจะขยับไปที่ผลละ 7 – 8 บาท เนื่องจากความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ารู้สึกเห็นใจผู้บริโภค ขณะที่เกษตรกรผลผลิตก็น้อยไม่มีให้เก็บขาย แต่ยังมีค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุน ทั้งค่าปุ๋ย ค่าแรงงาน และค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเกษตรกรต้องแบกรับเช่นเดิม

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...