หน้าแรกข่าวล่าสุดกลุ่มจักสานกระจูดระยองมั่นใจซอฟต์พาวเวอร์ท้องถิ่น ทำให้ชาวบ้านมีรายได้

กลุ่มจักสานกระจูดระยองมั่นใจซอฟต์พาวเวอร์ท้องถิ่น ทำให้ชาวบ้านมีรายได้

-

กลุ่มจักสานกระจูดมาบเหลาชะโอน จ.ระยอง เชื่อพลังซอฟต์พาวเวอร์ที่นายกรัฐมนตรีโชว์ต่างชาติ จะช่วยชาวบ้านขายผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้มีรายได้ แนะ ชูสินค้า 1 จังหวัด 1 ซอฟต์พาวเวอร์ สร้างรายได้แก่ชุมชน

นายมนตรี ยิ้มเยื้อน ประธานวิสาหกิจกลุ่มจักสานกระจูดมาบเหลาชะโอน ม.5 ต.ชากพง อ.แกลง จ.ระยอง บอกว่า วิสาหกิจกลุ่มจักสานกระจูดมาบเหลาชะโอน เป็นการรวมกลุ่มของชาวบ้านมาบเหลาชะโอน ที่มีการสาน ‘เสื่อกระจูด’ เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวบ้านมาเป็นเวลานานกว่า 200 ปี และสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน โดยเริ่มทำกันใช้ในครัวเรือน และใช้ในการแลกเปลี่ยนสินค้า และปัจจุบันได้มีการทำจำหน่าย และกลายที่ศึกษาดูงานมีผู้คนเดินทางมาเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง ผลิตภัณฑ์หลักๆ จะเป็นสินค้าจักสานจากต้นกระจูด อันเป็นพืชที่ขึ้นในหนองน้ำในพื้นที่ มีทั้งกระเป๋ากว่า 40 แบบ ตะกร้ากว่า 60 แบบ หมวก รองเท้า เสื่อและพัด รวมแล้วมีกว่า 100 รายการ

นายมนตรี บอกต่อว่า ส่วนในเรื่องหาแหล่งตลาดจำหน่ายก็จะมีทั้งขายส่ง-ปลีก โดยเฉพาะลูกค้า คือ กลุ่มชุมชนต่างๆ ที่เดินทางมาเยี่ยมศึกษาดูงานกับทางกลุ่ม ทั้งคณะศึกษาดูงาน คณะทัวร์ท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ รวมทั้งผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการที่พัก โรงแรม รีสอร์ต ก็จะนำสินค้าทางกลุ่มไปจำหน่าย รวมทั้งยังมีส่งออกบางส่วนที่สร้างรายได้ให้กับทางชุมชนด้วย

กรณีที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ชูเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ เพื่อให้ชุมชนมีรายได้นั้น โดยเฉพาะนำสินค้าไปโชว์ต่างประเทศ ทำให้ต่างชาติสนใจสินค้าไทย ทำให้ขายดี โดยส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องที่ดี และแต่ละจังหวัดต้องกลับมาคิดว่า จังหวัดตัวเองจะชูผลิตภัณฑ์อะไรที่เป็นซอฟต์พาวเวอร์ของพื้นที่ หรือ 1 จังหวัด 1 ซอฟต์พาวเวอร์ ให้เป็นผลิตภัณฑ์เด่นที่โชว์ชาวต่างชาติ เพื่อขายได้ และชุมชนเกิดรายได้

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...