เวฟ เอกซ์โพเนนเชียล วางยุทธศาสตร์ปี 2567 เดินหน้าขยายธุรกิจเต็มสูบ เผยอยู่ระหว่างศึกษาออกและเสนอขายโทเคน ลงทุนใน RECs หรือใบรับรองพลังงานหมุนเวียน เพื่อส่งเสริมและผลักดันให้ภาคธุรกิจและเอกชนมุ่งเน้นพลังงานสะอาด พร้อมร่วมสภาเกษตรปลอดภัยผลักดันโครงการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้งลดโลกร้อนตั้งเป้าหมาย 4 แสนไร่ภายใน 5 ปีตอบรับนโยบายรัฐบาลมุ่งสู่เป้าหมาย 2030
นายเจมส์ แอนดริว มอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวฟ เอกซ์โพเนนเชียล จำกัด (มหาชน) หรือ WAVE เปิดเผยว่า บริษัทได้วางเป้าหมายหรือวางยุทธศาสตร์ การดำเนินธุรกิจในปี 2567 ไว้ว่าจะเป็นปีที่บริษัทจะรุกหนักเพื่อขยายธุรกิจ และลงทุนในโครงการใหม่ๆ โดยเฉพาะในธุรกิจคาร์บอนเครดิต และธุรกิจสถาบันสอนภาษา
สืบเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกกลายเป็นปัญหาสำคัญของนานาชาติ และวาระที่สำคัญสำหรับประเทศไทยที่ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรไทยด้วยนี้ บริษัทจึงเล็งเห็นถึงโอกาศทางธุรกิจเพื่อสนับสนุนทั้งระดับองค์กรในไทยและระดับประเทศเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ได้ประกาศไว้ บริษัทได้ขยายการลงทุนในโครงการใหม่ โดยเฉพาะด้านการพัฒนาโครงการ
ในประเทศไทย รองจากภาคพลังงาน ภาคเกษตรกรเป็นภาคที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุดอันดับ 2 บริษัทกำลังเริ่มโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตร โดยในปัจจุบันมีการเริ่มต้นเป็นคณะทำงานในกรมวิชาการเกษตรเพื่อวิจัยวิธีลดก๊าซเรือนกระจกในการเกษตร โครงการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคการเกษตรเป็นแนวทางที่ประชาคมโลกกำลังให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นแนวทางที่มีศักยภาพเชิงต้นทุนเมื่อเทียบกับการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคกิจกรรมอื่น ๆ รวมทั้งเกษตรกรยังสามารถนำไปสร้างรายได้เพิ่มผ่านการขายผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ ได้รายได้เสริมจากการรับเงินสนับสนุนจากภาคเอกชน
โครงการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้งเป็นอีก 1 โครงการเป้าหมายของบริษัท เนื่องจากการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก ได้ถึงครึ่งโดยเพิ่มผลผลิตอีกด้วย ทางบริษัทได้มีการศึกษาการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้งเพื่อเป็นโครงการที่ภาคเอกชนสามารถเข้าร่วมและให้การสนับสนุนเพื่อนำส่วนลดของก๊าซเรือนกระจกไปชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรได้ ในปัจจุบันบริษัทได้มีการขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิตมาตรฐาน Premium TVER และได้ร่วมมือกับหน่วยงานรัฐต่างๆ เช่น สภาเกษตรและเกษตรปลอดภัย มีการขยายโครง การไปยังจังหวัดสุพรรณบุรีด้วยขนาดพื้นที่ 4,000 ไร่ โดยมีเป้าหมายที่จะขยายไปถึง 400,000 ไร่ภายใน 5 ปี
นายเจมส์ กล่าวอีกว่า บริษัทยังวางเป้าหมายในการพัฒนาธุรกิจซื้อขายใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificates หรือ RECs) และธุรกิจการให้คำปรึกษาและวางแผนด้านคาร์บอนเครดิต
เนื่องด้วยองค์กรในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มมีความต้องการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้นแต่สัดส่วนพลังงานสะอาดยังไม่เพียงพอ เพื่อตอบโจทย์ด้านความต้องการ หลายองค์กรจึงมีความต้องการซื้อใบรับรองพลังงานหมุนเวียน หรือ RECs มากยิ่งขึ้น บริษัททำหน้าที่ในการจัดหาใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (RECs) เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการและสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายในการใช้พลังงานหมุนเวียน (เป้า RE100) ขององค์กร








