หน้าแรกข่าวล่าสุดอาชีพฮิต แหย่ไข่มดแดง ขายสร้างรายได้เสริมหน้าแล้ง กก.ละ 1,000 บาท

อาชีพฮิต แหย่ไข่มดแดง ขายสร้างรายได้เสริมหน้าแล้ง กก.ละ 1,000 บาท

-

ท่ามกลางอากาศร้อนระอุ ร้อนแทบตับแตก แต่อาชีพยอดฮิด สร้างรายได้งดงามในช่วงหน้าแล้งให้กับชาวบ้านคลองร่วม ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี นั้นก็คือออกตระเวณหาแหย่ไข่มดแดงตามถนนหนทางสายต่าง ๆเป็นเมนูชั้นสูงปีหนึ่งมีครั้งเดียวเพื่อปรุงเป็นเมนูอาหารพื้นบ้านอันโอชะ หรือนำไปขาย เพิ่มรายได้ในครัวเรือน โดยชาวบ้านแต่ละรายต่างขับมอเตอร์ไซค์และมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง ไปตามถนนนอกหมู่บ้านที่มีต้นไม้ใหญ่เพื่อหารังไข่มดแดง และแหย่ไข่มดแดงซึ่งแต่ละวันออกไปหาแล้วไม่มีผิดหวัง

มดแดงมักจะทำรังอยู่บนต้นไม้ใหญ่ตามหัวไร่ปลายนาและริมถนน ในช่วงนี้ถึงเดือนพฤษภาคมมดแดงจะออกไข่ ชาวบ้านนิยมออกหาแหย่ไข่มดแดงมาขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าตามตลาดนัด ที่รับซื้อไข่มดแดงกิโลกรัมละ 500 บาทถ้ามีแต่ตัวอ่อนขาวๆจะซื้อแพงกว่านี้ และยังนำมาปรุงเป็นเมนูอาหารพื้นบ้านในครัวเรือนได้อิ่มอร่อยอีกด้วย

ลุงนรา กัณหาวาปี กล่าวว่า ทุกปีตนเองและเพื่อนบ้าน 2-3 คนเองจะออกมาหาแหย่ไข่มดแดงตามถนนหนทาง ตั้งแต่ช่วงนี้ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม มดแดงกำลังออกไข่ ซึ่งจะขี่รถพากันตระเวนหาแหย่ไข่มดแดงไปขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าตามตลาดนัด ซึ่งพ่อค้าแม่ค้ารับซื้อไข่มดแดงกิโลกรัมละ 500 บาท ถ้าไข่สวยๆราคากิโลกรัมละ 1,000 บาท หาแหย่ไข่มดแดงวันหนึ่งได้คนละ 3 กิโลกรัม

วิธีการแหย่ไข่มดแดงมีอุปกรณ์ 2 อย่างที่หาได้ตามพื้นบ้าน มีไม้ไผ่ลวกใหญ่เท่านิ้วครึ่งยาว 4 เมตร มีถุงปุ๋ยหรือสวิง มัดที่ปลายไม้แล้วแหย่ที่รังมดแดง ไข่มดแดงก็จะนวดใส่ในถุงปุ๋ยหรือสวิง จากนั้นจะนำเอามาใส่แป้งมันที่เตรียมใส่กระแป๋ง บางคนใช้กระเป๋าสระน้ำประมาณ 2 ลิตร เมื่อมดไข่มดแดงคลุกกับแป้งมันหรือน้ำเปล่า มดแดงก็จะหนีออกไปเหลือไว้แต่ไข่มดแดงก็นำไปขายแนะนำไปเป็นพื้นบ้านได้เลย

ไข่มดแดงเป็นเมนูอาหารพื้นบ้านยอดนิยมทั่วภูมิภาคเพราะสามารถนำรังสรรค์ได้หลากหลายเมนู อาทิ ยำไข่มดแดง ชุบไข่ทอด ทอดไข่ใส่ชะอม แกงใส่ผักหวานป่า เป็นต้น รสชาตินับเป็นเมนูแสนอร่อยกว่าจะได้รับกินต้องรอในช่วงฤดูแล้งเท่านั้น

โดย…มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว/ ทองสุข สิงห์พิมพ์ – ภาพ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...