Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดร้อนรุนแรง พริกกะเหรี่ยงเสียหายหนัก ชาวสวนราชบุรีท้อใจอยากเลิกปลูก

ร้อนรุนแรง พริกกะเหรี่ยงเสียหายหนัก ชาวสวนราชบุรีท้อใจอยากเลิกปลูก

-

เกษตรกร ต.หนองปลาหมอ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นแหล่งปลูกพืชผักสวนครัวและผักพื้นบ้านสำคัญจุดหนึ่งของจังหวัด กำลังได้รับผลกระทบจากสภาวะอากาศร้อนรุนแรง ทำให้ต้นพริกดอกแห้ง ไม่ติดผล ใบด่างหงิกงอ หากติดผลก็ฝ่อ ไม่ได้น้ำหนัก สีสันรูปทรงไม่สวย เกษตรกรท้อแท้ใจมาก เสียหายสูงจนอยากเลิกปลูก เพราะไม่คุ้มต้นทุน

นางวันเพ็ญ มีประเสริฐ ชาวนาที่ปลูกผักสวนครัวเป็นอาชีพเสริมมาแล้ว 6 ปี เปิดเผยว่า ตนจะเลือกปลูกพืชสวนครัว บนเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ อาทิ มะเขือ แตงกวา ถั่วฟักยาว พริกกะเหรี่ยง และพริกยอดสน สลับกันไปตามฤดูกาล และความต้องการของตลาด ตามปกติ จะเริ่มปลูกพริกกะเหรี่ยงและพริกยอดสนในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน และจะเริ่มเก็บผลได้ตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม เนื่องจากใช้ต้นทุนในการปลูกไม่มาก สามารถเก็บผลผลิตได้นานประมาณ 1 ปี และขายได้ราคาดี

นางวันเพ็ญ กล่าวต่อว่า ทว่าตั้งแต่ปี 2566 ที่ผ่านมา สภาพอากาศที่ร้อนจัด อันเป็นผลมาจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้เกิดโรคและแมลงศัตรูพืชเข้าทำลาย จนไม่สามารถเก็บผลผลิตได้ ส่วนปีนี้ขยับช่วงเวลาปลูกมาเป็นเดือนตุลาคม และเริ่มเก็บผลผลิตครั้งแรกเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยราคารับซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ 100 บาท แต่หลังจากที่ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อน เมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ต้นพริกก็เริ่มประสบปัญหาดอกแห้ง ทำให้ไม่ติดผล ใบด่างหงิกงอ ในส่วนต้นพริกที่ติดผลก็จะฝ่อ ไม่ได้น้ำหนัก สีสันและรูปทรงไม่สวย อันเป็นผลมาจากแมลงศัตรูพืช อาทิ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ ไรแดง และแมลงหวี่ขาว เข้าทำลาย

นางวันเพ็ญ กล่าวด้วยว่า ภาพรวมผลผลิตที่เคยได้ลดลงไปกว่าร้อยละ 80 และจากการสอบถามกลุ่มเพื่อนเกษตรกรในพื้นที่ ก็พบว่ากำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน ในขณะที่ปัจจุบันราคารับซื้อพริกกะเหรี่ยงเหลือเพียงกิโลกรัมละ 60 บาท สวนทางกับผลผลิตที่ออกสู่ท้องตลาด อันเนื่องมาจากมีการนำเข้าพริกจากต่างประเทศมาขาย ดังนั้นตนและเพื่อนเกษตรกรหลายรายตั้งใจกันว่า ในรอบการปลูกครั้งหน้าจะไม่ปลูกพริกอีกแล้ว เพราะไม่คุ้มกับต้นทุนการปลูก ทั้งค่าต้นพันธุ์ ค่าไฟ ค่าปุ๋ย และยาป้องกันศัตรูพืช.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

5 ปีสู่ความสำเร็จ!สวนปาล์ม “ลุกมาน การียา”อดีตสมาชิกสภา ดูแลรักษาเอาใส่ใจดุจคนในครอบครัว

"ลุกมาน การียา"อดีตสมาชิกสภาจังหวัด เขต 3 ได้ผันตัวมาเป็นเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน โดยเริ่มทำสวนปาล์มตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2564 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลาประมาณ 5 ปี ก้าวสู่ความสำเร็จยั่งยืนจากแนวทางการทำสวนของเขาที่ ให้ความสำคัญกับการเลือกพันธุ์ การกำหนดระยะปลูก การใส่ปุ๋ย และการดูแลรักษาสวนอย่างสม่ำเสมอ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ต้นปาล์มเจริญเติบโตแข็งแรงและสามารถให้ผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง สวนปาล์มแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณเลขที่ 108 ถนนโต๊ะลือแบ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส มีพื้นที่ปลูกประมาณ 60...