Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดมท.1 ชู "บางลา ไนท์ มาร์เก็ต ป่าตอง"ต้นแบบเที่ยวความปลอดภัย

มท.1 ชู “บางลา ไนท์ มาร์เก็ต ป่าตอง”ต้นแบบเที่ยวความปลอดภัย

-

“อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ตรวจดูความเรียบร้อย “บางลา ไนท์ มาร์เก็ต ป่าตอง” บอกสนุกและเห็นได้ถึงความปลอดภัย ที่ผู้ประกอบการให้ความร่วมมือเป็นถนนปลอดการพกพาอาวุธ และปลอดยาเสพติด

เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 14 มีนาคม 2567 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ผู้ตรวจราชการราชการกรมการปกครอง ลงพื้นที่บริเวณป้อมตำรวจบางลา สถานีตำรวจภูธรป่าตอง ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อรับฟังบรรยายสรุปการบริหารศูนย์ควบคุมและสั่งการระบบรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว (CCTV) และ ตรวจติดตามความเรียบร้อยของสถานบริการ “บางลา ไนท์ มาร์เก็ต ป่าตอง” โดยมีนายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานข้อมูล

นายอนุทิน กล่าวถึงความรู้สึกในการลงพื้นที่ “บางลา ไนท์ มาร์เก็ต ป่าตอง” ว่า สนุกและเห็นได้ถึงความปลอดภัย ที่ผู้ประกอบการได้ให้ความร่วมมือเป็นถนนปลอดการพกพาอาวุธและปลอดยาเสพติด เป็นพื้นที่ที่มีระบบกล้อง CCTV จับภาพบุคคลเพื่อรักษาความปลอดภัยสูงสุด และมีโครงการดูแลนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด เช่น กรณีนักท่องเที่ยว เมา จะไม่ให้ขับรถ โดยมีการจัดส่งนักท่องเที่ยวกลับที่พักอย่างปลอดภัย และอยากให้ทุกพื้นที่ท่องเที่ยวของประเทศไทย มีการจัดระบบบริหารจัดการดูแลช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเช่นเดียวกับพื้นที่บางลา ป่าตอง อยากให้มีการขยายรูปแบบการจัดการไปยังพื้นที่อื่นเพื่อรองรับและกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

พลิกผืนนาปลูก ‘ผักบุ้งซิ่ง’ ส่งขายร้านหมูกระทะ รายได้สุดปัง!

ท่ามกลางยุคสมัยที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากจำต้องหอบหิ้วความฝันเดินทางออกจากอ้อมกอดของบ้านเกิด มุ่งหน้าสู่เมืองใหญ่เพื่อแสวงหาโอกาสและเข้าทำงานในโรงงาน แต่สำหรับ “โน๊ต - นายวัชรพล วังนุช” และ “ขิม - นางสาวกมลวรรณ แก้วกองนอก” สองสามีภรรยาวัยเพียง 25 ปี แห่งบ้านหนองคันชั่ง ตำบลพระแก้ว อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ พวกเขากลับเลือกเส้นทางชีวิตที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง . เส้นทางของพวกเขาไม่ได้เริ่มจากความสุขสบาย แต่เริ่มจาก “หัวใจที่รักบ้านเกิด” และความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยวที่จะจับมือร่วมหัวจมท้าย สร้างอนาคตขึ้นด้วยสองมือของตัวเองโดยไม่ต้องจากคนที่รักไปไหน คำถามที่ทั้งคู่ตั้งขึ้นในใจก่อนเริ่มต้น...