หน้าแรกข่าวล่าสุดสุดเศร้าเจ้าหน้าที่อช.ขุนน่านวูบหมดสติดับขณะเฝ้าระวังไฟป่า

สุดเศร้าเจ้าหน้าที่อช.ขุนน่านวูบหมดสติดับขณะเฝ้าระวังไฟป่า

-

น่าน-สุดเศร้า เจ้าหน้าที่ อช.ขุนน่าน เกิดอาการหมดสติกะทันหัน เสียชีวิต ขณะลาดตระเวนเฝ้าระวังไฟป่า

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานเรื่องเศร้า การสูญเสียของเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังผืนป่า เฝ้าระวังไฟป่า โดยนายพินิจ คงประพันธ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติขุนน่าน รายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนของหน่วยพิทักษ์ฯ อุทยานแห่งชาติขุนน่าน เสียชีวิต 1 ราย ขณะ ออกปฏิบัติงานลาดตระเวนป้องกัน และเฝ้าระวังไฟป่า โดยเมื่อวานนี้ 4 มีนาคม 2567 ชุดลาดตระเวนของหน่วยพิทักษ์ฯ จำนวน 4 นาย ได้ออกปฏิบัติงานลาดตระเวนป้องกันรักษาป่า เฝ้าระวังไฟป่า ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติขุนน่าน

เนื่องจากพบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีสถิติจุดความร้อนเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยเดินเท้าจากบ้านดงผาปูน หมู่ที่ 8 ตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอบ่อเกลือ ลัดเลาะแนวเขาไปตามแนวเขตติดต่อกับบ้านห่างทางหลวง หมู่ที่ 2 ตำบลภูฟ้า อำเภอบ่อเกลือ ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง และวางแผนเดินลงจากสันเขา ผ่านลำน้ำว้า มุ่งสู่ห้วยน้ำแปด เพื่อพักค้างแรม และเฝ้าระวังต่อเนื่อง

จนกระทั่งช่วงเย็นประมาณ 16.30 น. ขณะลาดตระเวนถึงลำน้ำว้า บริเวณสบแปด ท้องที่บ้านผาสุก หมู่ที่ 3 ตำบลภูฟ้า อำเภอบ่อเกลือ เจ้าหน้าที่ชุด ชื่อนายพันศักดิ์ ใจมงคล อายุ 31 ปี บุคคลภายนอกปฏิบัติงานอนุรักษ์และป้องกันรักษาป่า อายุ 31 ปี มีอาการช็อค หมดสติ ล้มลงกระทันหัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ร่วมชุด ช่วยกันปั้มหัวใจ แต่ไม่สำเร็จ ได้เสียชีวิต จึงได้ช่วยกันนำร่างใส่ผ้าใบ ช่วยกันแบกหามเดินตามสันเขา คาดว่าจะสามารถลำเลียงร่างเจ้าหน้าที่เสียชีวิตได้ในช่วงสายของวันนี้

ขณะที่ นายอรรถพล เจริญชันษา” อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช.ได้ขึ้นโพสต์ข้อความแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียบุคลากรครั้งนี้ ผ่านเฟสบุคส่วนตัวด้วย

อย่างไรก็ตามในช่วงสัปดาห์นี้ ได้มีรายงานการได้รับบาดเจ็บ และอาการฮีทสโตรก ของเจ้าหน้าที่รักษา เฝ้าระวังผืนป่า ไฟป่า ในหลายพื้นที่ จากการเข้าปฏิบัติหน้าที่ดับไฟป่า

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...